อ่วม! ธุรกิจ "รถมือสอง" ญี่ปุ่น-เกาหลี ค้างกลางทะเลและท่าเรือ

ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางลุกลามจากความขัดแย้งด้านความมั่นคง สู่แรงสั่นสะเทือนในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะตลาดรถยนต์มือสองในเอเชียที่พึ่งพาการขนส่งทางทะเลเป็นหลัก
หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ อูมาร์ อาลี ไฮเดอร์ อาลี นักธุรกิจส่งออกรถยนต์มือสองในญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินธุรกิจส่งออกรถไปยังเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยอาศัยจุดแข็งของรถญี่ปุ่นที่มีคุณภาพสูงจากมาตรฐานการตรวจสอบเข้มงวด
อย่างไรก็ตาม หลังสงครามปะทุเพียงไม่กี่วัน เรือขนส่งรถยนต์กว่า 500 คัน ไม่สามารถเข้าเทียบท่าในศรีลังกาได้ เนื่องจากท่าเรือเต็มไปด้วยสินค้าที่ถูกเปลี่ยนเส้นทางจากดูไบ ส่งผลให้รถต้องลอยลำกลางทะเลนานกว่า 10 วัน ก่อนจะสามารถขนถ่ายได้ในภายหลัง
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่กำลังกระทบทั้งอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการเกือบปิดเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งสินค้าไปยังตะวันออกกลาง ทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญต้นทุนที่พุ่งสูง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง และความเสี่ยงจากค่าเงิน
ผลกระทบยังลุกลามไปถึงเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางส่งออกรถยนต์มือสอง โดยในช่วงฤดูกาลขายสูงสุดระหว่างเดือนมีนาคมถึงกันยายน การส่งออกกลับต้องหยุดชะงัก รถจำนวนมากกว่าร้อยละ 70 ถูกค้างอยู่ในคลังสินค้า ขณะที่บางลำต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือหยุดเดินเรือกลางทาง
ข้อมูลการค้าระบุว่า ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ส่งออกรถยนต์มือสองรวมกันมูลค่าถึง 19,000 ล้านดอลลาร์ โดยตลาดตะวันออกกลางถือเป็นปลายทางหลัก โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
อีกด้านหนึ่ง รถยนต์หรูมือสอง เช่น โรลส์-รอยซ์ แลมโบกินี และเฟอร์รารี จำนวนหนึ่ง ถูกขนถ่ายไว้ในศรีลังกาและจีน เนื่องจากไม่สามารถส่งถึงลูกค้าในดูไบได้ตามแผน สะท้อนการหยุดชะงักที่ลุกลามถึงเซ็กเมนต์พรีเมียม
แม้ผู้ประกอบการบางรายพยายามหาตลาดใหม่ แต่ข้อจำกัดด้านอุปสงค์ทำให้การเปลี่ยนปลายทางไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะที่บางรายเลือกเก็บสต๊อกเพิ่มในช่วงราคาตก เพื่อรอการฟื้นตัวหลังความขัดแย้งยุติ
ภาพรวมทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า สงครามในตะวันออกกลางไม่ได้กระทบเพียงพลังงาน แต่กำลังลามสู่ห่วงโซ่การค้าระดับโลก และธุรกิจที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องอย่างตลาดรถยนต์มือสอง กำลังเผชิญความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ โดยยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนในระยะสั้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
