ฝุ่น PM 2.5 กรุงเทพฯ 7 เขต คุณภาพอากาศระดับสีส้ม แนวโน้มเพิ่มขึ้น

กรุงเทพมหานครเช้านี้ (17 ก.พ. 69) ตกอยู่ในม่านหมอกควันอีกครั้ง หลังศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เมื่อเวลา 07:00 น. พบค่าเฉลี่ยทั่วกรุงอยู่ที่ 32.2 มคก./ลบ.ม. แม้ภาพรวมจะยังอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง แต่มีถึง 7 เขตที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงจนเข้าสู่ ระดับสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น
12 เขตพื้นที่เฝ้าระวัง ค่าฝุ่นสูงสุดใน กทม.
จากการตรวจสอบสถานการณ์ พบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออกและเขตชั้นในบางจุดมีค่าฝุ่นสะสมหนาแน่น โดย 12 อันดับเขตที่มีค่า PM 2.5 สูงสุด ได้แก่:
1.เขตลาดกระบัง: 42.3 มคก./ลบ.ม. (สีส้ม)
2.เขตหนองจอก: 41.3 มคก./ลบ.ม. (สีส้ม)
3.เขตหลักสี่: 40.6 มคก./ลบ.ม. (สีส้ม)
4.เขตบางรัก: 40.2 มคก./ลบ.ม. (สีส้ม)
5.เขตประเวศ: 39.4 มคก./ลบ.ม. (สีส้ม)
6.เขตวังทองหลาง: 39.1 มคก./ลบ.ม. (สีส้ม)
7.เขตจตุจักร: 37.6 มคก./ลบ.ม. (สีส้ม)
8.เขตปทุมวัน: 37.5 มคก./ลบ.ม. (แตะเกณฑ์มาตรฐาน)
9.เขตราชเทวี: 37.4 มคก./ลบ.ม.
10.เขตบางซื่อ: 36.6 มคก./ลบ.ม.
11.เขตสายไหม: 36.4 มคก./ลบ.ม.
12.สวนเสรีไทย (บึงกุ่ม): 36.4 มคก./ลบ.ม.
ทำไมฝุ่นถึงเพิ่มขึ้น?
ปัจจัยสำคัญมาจากสภาพอากาศที่ปิดในช่วงเช้า ประกอบกับการระบายอากาศที่อยู่ในเกณฑ์อ่อน ทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่สามารถลอยตัวขึ้นไปได้สะดวก ส่งผลให้เกิดการสะสมตัวในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นและเขตอุตสาหกรรม
ข้อแนะนำด้านสุขภาพ: สีส้มต้องป้องกัน!
สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ สีส้ม หรือพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
- ประชาชนทั่วไป: สวมหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงมาก หากมีอาการไอหรือระคายเคืองตา ควรเข้าในอาคารทันที
- กลุ่มเสี่ยง (เด็ก, ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยทางเดินหายใจ): ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก ให้รีบพบแพทย์ทันที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
