ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ประกาศล่าตัวผู้ก่อเหตุโจมตีสนามบินในอัฟกานิสถาน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ประกาศล่าตัวผู้ก่อเหตุโจมตีสนามบินในอัฟกานิสถาน
TNN World
27 สิงหาคม 2564 ( 11:24 )
12
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ประกาศล่าตัวผู้ก่อเหตุโจมตีสนามบินในอัฟกานิสถาน
Afghanistan: ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ประกาศล่าตัวผู้ก่อเหตุโจมตีสนามบินในอัฟกานิสถาน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมทั้งทหารสหรัฐฯด้วย 13 นาย และให้คำมั่นเดินหน้าอพยพต่อจนแล้วเสร็จ
 
 
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ แถลงว่า การอพยพประชาชนของสหรัฐฯจากกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน จะยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ว่า กลุ่มหัวรุนแรงจะก่อเหตุโจมตี ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปกว่า 60 ราย ยังไม่นับทหารสหรัฐฯ ด้วย 13 นาย และมีพลเรือนบาดเจ็บมากกว่า 140 ราย
 
 
ไบเดน กล่าวว่า ต้องปฏิบัติภารกิจนี้ให้เสร็จ และเราจะทำให้เสร็จ กลุ่มก่อการร้ายจะไม่สามารถขัดขวางภารกิจนี้ได้ เขายังให้คำมั่นด้วยว่า จะตามล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโจมตีสนามบินกรุงคาบูล ที่เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 18.00 น.ของวันพฤหัสบดี (26 สิงหาคม) หรือตรงกับ 20.30 น.ของวันเดียวกันตามเวลาในไทย
ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เราจะไม่ให้อภัย จะไม่ลืม และจะตามล่าตัวคนร้ายมารับโทษ
 
 
การโจมตีครั้งแรก เป้าหมายอยู่ที่ประตูแอบเบย์ (Abbey Gate) ซึ่งมีทหารสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ดูแลความเรียบร้อยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เข้าสนามบิน และมีการยิงปะทะกันเกิดขึ้นตามมา ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ระเบิดครั้งที่ เกิดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่อังกฤษในการอำนวยความสะดวกให้ชาวอัฟกานิสถานที่หวังจะเดินทางไปยังสหราชอาณาจักร พักคอย
 
 
ประชาชนทั้งต่างชาติและชาวอัฟกานิสถานมากกว่า 100,000 คน อพยพออกจากกรุงคาบูล ซึ่งตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มตาลีบันเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีชาวอัฟกานิสถานอีกจำนวนมากเดินทางมุ่งหน้าสู่สนามบินก่อนกำหนดเส้นตายถอนทหารสหรัฐฯ ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้
 
 
ฝูงชนจำนวนมากมารวมตัวกันในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งหวังว่าจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินอพยพ แม้ว่าจะมีคำเตือนจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและสหราชอาณาจักร ถึงความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายจากกลุ่มหัวรุนแรงไอซิส-เค (Isis-K) ซึ่งเป็นสาขาย่อยของกลุ่มไอเอสในภูมิภาค และในเวลาต่อมา กลุ่มนี้ก็ออกมาอ้างความรับผิดชอบก่อเหตุโจมตีในวันพฤหัสบดี
 
 
พลเอกแฟรงค์ แม็กเคนซี ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ กล่าวว่า นาวิกโยธิน 11 นาย และทหารแพทย์แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯอีก 1 นาย อยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต นับเป็นวันที่สูญเสียชีวิตทหารสหรัฐฯมากที่สุดในอัฟกานิสถานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020
 
 
แม็คเคนซี กล่าวด้วยว่า ภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้าย ไอซิส-เค ยังอยู่ในระดับสูง และกองทัพสหรัฐฯ กำลังทำงานร่วมกับตาลีบันเพื่อพยายามที่จะหยุดยั้งการโจมตีครั้งใหม่ และว่าตาลีบันพร้อมป้องกันประชาชน
แต่การโจมตีครั้งนี้ ดูเหมือนว่าจะยิ่งทำให้เกิดความยากลำบากมากขึ้นในความพยายามอพยพให้แล้วเสร็จก่อนกำหนดเส้นตายวันที่ 31 สิงหาคม
 
 
ไบเดน กล่าวยกย่องทหารที่เสียชีวิตว่า เป็น “วีรบุรุษที่ปฏิบัติภารกิจโดยไม่เห็นแก่ตัวเพื่อรักษาชีวิตคนอื่น”
ขณะนี้ มีทหารสหรัฐฯ 5,800 นายปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สนามบินกรุงคาบูล ร่วมกับทหารสหราชอาณาจัก 1,000 นาย
 
 
จนถึงขณะนี้ มีพลเรือนประมาณ 104,000 คนถูกอพยพออกจากอัฟกานิสถานแล้ว ซึ่งรวมทั้ง 66,000 คนจากสหรัฐฯ และ 37,000 คนจากประเทศพันธมิตรและหุ้นส่วน และยังมีประชาชนอีกประมาณ 5,000 คนปักหลักรออยู่ที่สนามบิน และยังมีอีกจำนวนมากยังคงพยายามที่จะเดินทางผ่านจุดตรวจต่าง ๆ เพื่อมายังสนามบิน
 
 
อย่างไรก็ตาม ก็มีหลายประเทศ รวมทั้งแคนาดา, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก เสร็จสิ้นภารกิจการอพยพเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ ตุรกีประกาศว่า ทหารของตนที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สนามบินมานาน 6 ปี ก็ถอนกำลังเช่นกัน
 
 
ส่วนนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ซึ่งเป็นประธานประชุมฉุกเฉินกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในวันพฤหัสบดี กล่าวว่า เที่ยวบินอพยพของสหราชอาณาจักร จะยังปฏิบัติภารกิจนี้ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง