รีเซต

BIS เล็งดีล M&A JUMP+ หนุนโตโดด

BIS เล็งดีล M&A JUMP+ หนุนโตโดด
ทันหุ้น
7 มกราคม 2569 ( 01:30 )
12

นายรุ่งโรจน์ ถาวรธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสนับสนุน บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ เครื่องมือ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อผลักดันการเติบโต โดยมุ่งยกระดับ ธรรมาภิบาลและ ESG พร้อมเตรียมนำเงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจสัตว์เลี้ยง และมองหาโอกาส ควบรวมกิจการ (M&A) ทั้งในธุรกิจปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

ทั้งนี้ธุรกิจสัตว์เลี้ยงในปี 2568 ที่ผ่านมาเติบโตต่ำกว่าแผน จากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว บริษัทจึงเตรียมปรับแผนใหม่ โดยว่าจ้างทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านสินค้าอุปโภคบริโภคเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง ขณะที่ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ บริษัทยังไม่มีแผนเดินหน้าต่อ เนื่องจากไม่ต้องการเป็นคู่แข่งกับฐานลูกค้าของบริษัทเอง

เปิดกลยุทธ์

สำหรับแผนปี 2569 บริษัทเตรียมกลยุทธ์การลงทุน โดยให้ความสำคัญกับ 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ธุรกิจปศุสัตว์ ธุรกิจสัตว์เลี้ยง ธุรกิจต่างประเทศ และชุดตรวจโรคสำหรับสัตว์ โดยการขยายตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจในเวียดนามและเมียนมา และอยู่ระหว่างขยายการส่งออกไป อินโดนีเซียและบังกลาเทศ ผ่านความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นในระยะแรก ขณะที่ยังไม่มีแผนตั้งโรงงานในต่างประเทศในช่วงนี้

นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างเดินหน้าลดค่าใช้จ่ายหลังบ้าน ด้วยการใช้ระบบดิจิทัล และการควบรวมหน่วยธุรกิจที่ใกล้เคียงกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมพลังด้านการขาย

ด้านผลการดำเนินงาน ไตรมาส 4/2568 คาดยังเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยภาพรวมทั้งปี 2568 บริษัทประเมินว่า กำไรเติบโตเป็นไปตามแผน ขณะที่ยอดขายอาจขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย จากเดิมตั้งเป้าเติบโต 10% เนื่องจากบริษัทปรับกลยุทธ์ไปเน้นจำหน่ายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูง เพื่อลดความเสี่ยงด้านเงินทุนหมุนเวียนและการเก็บหนี้ จากการลดสัดส่วนการขายกลุ่มวัตถุดิบที่มาร์จิ้นต่ำแต่ใช้เงินทุนสูง โดยสินค้าทำกำไรเด่น ได้แก่ กลุ่มยาปฏิชีวนะ และ สารเสริมคุณค่าอาหารสำหรับสัตว์

บุ๊กรายได้กลับ

อย่างไรก็ดี บริษัทได้ตั้งสำรองด้อยค่าสินค้าทางบัญชีสำหรับสินค้า “เตาเผาซากสัตว์” ซึ่งเป็นสินค้าที่ขายไม่ได้มานาน ส่งผลให้ผลประกอบการถูกกดดันลงบ้าง อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าเป็นรายการ ครั้งเดียว (One-time) และสินค้าดังกล่าวไม่มีวันหมดอายุ ดังนั้นหากในปี 2569 สามารถจำหน่ายได้ บริษัทจะสามารถกลับรายการดังกล่าวเป็นรายได้ ซึ่งจะหนุนการเติบโตของผลประกอบการเพิ่มขึ้นตามลำดับ

อนึ่ง 9 เดือนแรกปี 2568 บริษัทมีรายได้แล้วที่ 1,695.67 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 46.77 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง