รีเซต

เตือนเทรนด์แปลกจากจีน กินผ่านพลาสติก ลดน้ำหนัก อันตราย

เตือนเทรนด์แปลกจากจีน กินผ่านพลาสติก ลดน้ำหนัก อันตราย
TNN ช่อง16
20 กุมภาพันธ์ 2569 ( 10:43 )
12

ช่วงที่ผ่านมา เกิดกระแสไวรัลในโซเชียลมีเดียจีนเกี่ยวกับเทรนด์ลดน้ำหนักที่เรียกว่า “กินผ่านพลาสติก” (Eating through plastic) โดยผู้ทำจะนำอาหาร เช่น ขนม เนื้อสัตว์ หรือของหวาน มาห่อด้วยพลาสติกใส จากนั้นเคี้ยวอาหารผ่านพลาสติกเพื่อรับรสชาติ แต่ไม่กลืนอาหารลงไป วิธีนี้ถูกอ้างว่าจะช่วยลดความอยากอาหารโดยไม่เพิ่มแคลอรี่

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและแพทย์ออกมาเตือนว่า เทรนด์นี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

เทรนด์ “กินผ่านพลาสติก” คืออะไร

พฤติกรรมนี้มีลักษณะคล้ายกับเทคนิคที่เรียกว่า “chew and spit” หรือการเคี้ยวแล้วคาย ซึ่งพบในผู้ที่มีความกังวลเรื่องน้ำหนักหรือความผิดปกติในการกิน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ

 • ได้รับ “รสชาติ” ของอาหารโดยไม่รับพลังงาน

 • ลดความอยากอาหารโดยหลอกสมอง

 • หลีกเลี่ยงการกลืนอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก

ความแตกต่างคือ เทรนด์นี้เพิ่มความเสี่ยงโดยการใช้ “แผ่นพลาสติก” เป็นตัวกั้นระหว่างอาหารกับช่องปาก ผู้ที่ลองวิธีนี้กล่าวว่า แค่ได้กลิ่น ได้สัมผัสรสจาง ๆ และได้ทำท่าเคี้ยว ก็ช่วยบรรเทาความอยากอาหารได้ระดับหนึ่ง 


อันตรายต่อร่างกายที่อาจเกิดขึ้น

1. เสี่ยงสำลักและอุดกั้นทางเดินหายใจ

การเคี้ยวพลาสติกอาจทำให้พลาสติกฉีกขาดและหลุดเข้าไปในลำคอ ซึ่งอาจทำให้

 • สำลัก

 • หายใจไม่ออก

 • เกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์

ในบางกรณี พลาสติกอาจติดในหลอดอาหารและต้องนำออกโดยการส่องกล้อง


2. ความเสี่ยงจากสารเคมีในพลาสติก

พลาสติกบางชนิดอาจมีสารเคมี เช่น

 • BPA (Bisphenol A)

 • Phthalates

 • สารเติมแต่งเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น

สารเหล่านี้อาจปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายเมื่อสัมผัสกับน้ำลายหรือความร้อนในช่องปาก และมีการศึกษาที่เชื่อมโยงกับ

 • ความผิดปกติของฮอร์โมน

 • ความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง

 • ผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์

3. รบกวนระบบควบคุมความหิวตามธรรมชาติ

ระบบความหิวของมนุษย์ควบคุมโดยสมองและฮอร์โมน เช่น ghrelin และ leptin การเคี้ยวอาหารโดยไม่กลืนอาจ

 • ทำให้สมองสับสน

 • เพิ่มความอยากอาหารในระยะยาว

 • เพิ่มความเสี่ยงต่อการกินมากเกินไปในภายหลัง

แทนที่จะช่วยลดน้ำหนัก กลับอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้


4. เสี่ยงต่อความผิดปกติในการกิน (Eating Disorders)

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า พฤติกรรมนี้มีลักษณะคล้ายความผิดปกติในการกิน เช่น

 • Bulimia nervosa

 • Anorexia nervosa

 • Disordered eatingซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบทางสุขภาพ เช่น

 • ภาวะขาดสารอาหาร

 • ความเครียดและซึมเศร้า

 • ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ


5. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการสูญเสียอาหาร

เทรนด์นี้ยังทำให้เกิด

 • การทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น

 • เพิ่มขยะพลาสติก

 • ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีลดน้ำหนักที่ปลอดภัย

แทนที่จะใช้วิธีอันตราย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลจริง เช่น

 • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่

 • เพิ่มโปรตีนและไฟเบอร์

 • ลดอาหารแปรรูปและน้ำตาล

 • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 • นอนหลับเพียงพอ

 • หลีกเลี่ยงการอดอาหารหรือพฤติกรรมสุดโต่ง

การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนควรเน้นสุขภาพ ไม่ใช่เพียงตัวเลขบนเครื่องชั่ง


สัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์ทันที หากมีอาการหลังสัมผัสหรือเผลอกลืนพลาสติก เช่น

 • เจ็บคอ

 • กลืนลำบาก

 • หายใจติดขัด

 • ปวดท้อง

 • อาเจียน


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม