หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 10 ก.ย. 2569 ปิดลบ 405.41 จุด กังวลเงินเฟ้อ-บอนด์ยีลด์พุ่ง

ดาวโจนส์ 10 กันยายน 2569 ปิดลบ 405.41 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (9 ก.ย. 2569) หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566 กดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ (10 ก.ย.) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ (11 ก.ย.)
ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดดังนี้
ดาวโจนส์ปิดที่ 52,380.66 จุด ลดลง 405.41 จุด หรือ -0.77%
S&P500 ปิดที่ 7,636.36 จุด ลดลง 37.16 จุด หรือ -0.48%
Nasdaq ปิดที่ 26,253.34 จุด ลดลง 168.07 จุด หรือ -0.64%
น้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ กังวลสงครามตะวันออกกลางลุกลาม
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุ โดยมีรายงานว่าสหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน เพื่อตอบโต้ความพยายามโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ซึ่งเข้าสู่เดือนที่ 7 อาจยืดเยื้อและขยายวงกว้าง ส่งผลให้ตลาดวิตกว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะผลักดันเงินเฟ้อและกระทบต่อแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด
บอนด์ยีลด์พุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันยังผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566 แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10–20 ปี มูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์
การซื้อคืนครั้งนี้มีวงเงินมากกว่าการซื้อคืนตามปกติถึง 3 เท่า โดยกระทรวงการคลังระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตร อย่างไรก็ตาม ตลาดมองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามจำกัดการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
บอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น และลดความน่าสนใจของการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
หุ้น 10 จาก 11 กลุ่มใน S&P500 ปิดลบ
หุ้น 10 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดตลาดในแดนลบ โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง 1.5% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่ลดลง 1.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.1% ตามราคาน้ำมัน
ด้านหุ้นรายตัว Apple ลดลง 0.3% หลังจัดงานเปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกของบริษัท ภายใต้การนำของจอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่
Alphabet บริษัทแม่ของ Google ร่วง 2.3% หลังประกาศแผนลงทุนอย่างน้อย 1.51 หมื่นล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในฟินแลนด์ตลอด 2 ปีข้างหน้า รวมถึงข้อตกลงจัดหาพลังงานนิวเคลียร์
Dow ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ ลดลง 0.6% หลังมีรายงานว่าบริษัทกำลังพิจารณาถอนตัวจากโครงการร่วมทุนมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์กับ Saudi Aramco
ขณะที่ Meta พุ่งขึ้นกว่า 6% หลังประกาศเปิดตัวผู้ช่วย AI “Muse” ซึ่งสามารถดำเนินงานแทนผู้ใช้ได้หลายอย่าง เช่น ส่งอีเมล ประกาศขายรถยนต์ และจองตั๋วเดินทาง
ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ของตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) เพิ่มขึ้น 0.37% ได้แรงหนุนจากหุ้น AMD ที่พุ่งขึ้น 3%
จับตา PPI–CPI ชี้ทิศทางเฟด
นักลงทุนยังให้น้ำหนักกับข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผย PPI ในวันที่ 10 ก.ย. และ CPI ในวันที่ 11 ก.ย.
นักวิเคราะห์คาดว่า CPI เดือนส.ค. จะเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี เท่ากับเดือนก.ค. ส่วน Core CPI คาดเพิ่มขึ้น 2.4% จาก 2.5% ในเดือนก.ค.
ขณะเดียวกัน เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ต่อการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15–16 ก.ย.นี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
