รีเซต

ปรากฏการณ์สุดแปลก! เอลนีโญพาสัตว์เขตร้อน บุกแคลิฟอร์เนีย

ปรากฏการณ์สุดแปลก!  เอลนีโญพาสัตว์เขตร้อน บุกแคลิฟอร์เนีย
TNN ช่อง16
16 ตุลาคม 2569 ( 12:30 )
4

ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปีนี้ กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับระบบนิเวศทางทะเลของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หลังอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นส่งผลให้สัตว์ทะเลเขตร้อนหลากหลายชนิดอพยพเข้ามาปรากฏตัวตามแนวชายฝั่ง ทั้งฉลามหัวค้อน ฉลามวาฬ ปลากระเบนแมนตา และปลาทะเลหายากอีกหลายชนิด สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและชาวประมง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกำลังสะท้อนถึงความเปราะบางของระบบนิเวศทางทะเลที่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงผิดปกติ

 

ปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นความแปรปรวนทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุก ๆ ไม่กี่ปี โดยส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกบางบริเวณสูงกว่าปกติ และเปลี่ยนแปลงกระแสน้ำทะเล ทำให้น้ำอุ่นแผ่ขยายขึ้นไปทางเหนือมากขึ้น พร้อมพาสัตว์ทะเลจากเขตร้อนเดินทางเข้าสู่น่านน้ำของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งปกติเป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิน้ำทะเลค่อนข้างเย็น

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ชายฝั่งแคลิฟอร์เนียกลายเป็นจุดหมายของสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด ทั้งปลาทูน่า ปลาอีโต้มอญหรือมาฮีมาฮี ปลากระโทงดาบ ฉลามหัวค้อน ฉลามวาฬ ปลาบิน และปลากระเบนแมนตา โดยเทคโนโลยีโดรนและกล้องวิดีโอสมัยใหม่ช่วยให้สามารถบันทึกภาพสัตว์ทะเลเหล่านี้ได้ชัดเจนมากขึ้น


เนต จารอส รองประธานฝ่ายดูแลสัตว์ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Aquarium of the Pacific ในเมืองลองบีช อธิบายว่า การปรากฏตัวของสัตว์ทะเลจำนวนมากสร้างความตื่นเต้นให้กับชาวประมง เนื่องจากมีปลาขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของการตกปลาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงฉลามหายากที่ปกติไม่ค่อยพบในน่านน้ำบริเวณนี้


ปรากฏการณ์ดังกล่าวยังส่งผลดีต่อธุรกิจประมงเพื่อการท่องเที่ยว โดยบริษัท Dana Wharf Sportfishing & Whale Watching เปิดเผยว่า ในปีนี้นักตกปลาสามารถจับปลาทูน่าครีบเหลืองได้มากถึง 5,000 ตัว เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่จับได้เพียง 2 ตัวเท่านั้น

 

นอกจากปลาทูน่าครีบเหลืองแล้ว ยังพบปลาวาฮูและปลาอีโต้มอญ หรือที่รู้จักกันในชื่อโดราโด ซึ่งเป็นปลาที่มีสีสันสดใสและมีลักษณะหัวลาดทู่ โดยปลาชนิดนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มนักตกปลา เนื่องจากมีพฤติกรรมกระโดดพ้นผิวน้ำอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว ทำให้การตกปลาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

 

อย่างไรก็ตาม แม้เอลนีโญจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจประมงและการท่องเที่ยว แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างน่ากังวล ก่อนหน้านี้ แคลิฟอร์เนียกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนในทะเลที่ผิดปกติอยู่แล้ว และเมื่อเกิดเอลนีโญรุนแรงร่วมกับพายุเฮอริเคนหลายลูกในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ยิ่งทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นและเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าชายฝั่ง ส่งผลให้บ้านเรือนบางแห่งถูกทำลาย และชายหาดหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐสูญเสียทรายจำนวนมากจากการกัดเซาะ


สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทางการแคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูหนาว 


ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญยังแสดงความกังวลต่อระบบนิเวศใต้ทะเล โดยเฉพาะป่าสาหร่ายเคลป์ (Kelp Forest) ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในน้ำทะเลเย็น และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ทะเลจำนวนมาก เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงอาจทำให้ป่าสาหร่ายเหล่านี้เสื่อมโทรมและส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่พึ่งพาระบบนิเวศดังกล่าว


อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของทะเลแคลิฟอร์เนีย คือการค้นพบรังวางไข่ของเต่าหญ้า หรือเต่าทะเลโอลีฟริดลีย์ (Olive Ridley Sea Turtle) จำนวน 2 รัง บนชายหาดในเขตออเรนจ์เคาน์ตี เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา


สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NOAA ระบุว่า การค้นพบดังกล่าวถือเป็นการบันทึกการวางไข่ของเต่าทะเลครั้งแรกบนชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างยิ่งในด้านการศึกษาพฤติกรรมและการกระจายพันธุ์ของสัตว์ทะเล


หลังพบรังไข่ ทีมงานของ Aquarium of the Pacific ได้ร่วมมือกับ NOAA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เคลื่อนย้ายไข่เต่าออกจากพื้นที่เสี่ยงก่อนพายุจะพัดเข้าชายฝั่ง และนำไปดูแลภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิสามารถพัฒนาและฟักออกมาเป็นลูกเต่าได้อย่างปลอดภัย


ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการพบเต่าทะเลชนิดนี้ขึ้นมาวางไข่บนชายหาดแคลิฟอร์เนียเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากอาจสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางทะเลที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและถิ่นอาศัยของสัตว์ทะเลเขตร้อน


แม้ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า สภาพแวดล้อมทางทะเลส่วนใหญ่จะค่อย ๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังปรากฏการณ์เอลนีโญสิ้นสุดลงในปีถัดไป แต่ผลกระทบต่อระบบนิเวศบางส่วน โดยเฉพาะป่าสาหร่ายเคลป์ อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกระยะหนึ่ง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง