รีเซต

จับตา 24 คนไทยท่าขี้เหล็ก เร่งสอบโยงคอลเซ็นเตอร์

จับตา 24 คนไทยท่าขี้เหล็ก เร่งสอบโยงคอลเซ็นเตอร์
TNN ช่อง16
25 มีนาคม 2569 ( 14:58 )
19

กรณีการจับกุมคนไทย 24 รายในพื้นที่เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา กำลังกลายเป็นประเด็นด้านความมั่นคงที่ถูกติดตามอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางข้อสงสัยว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ทั้งในรูปแบบพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ขยายตัวตามแนวชายแดน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งประสานความร่วมมือกับทางการเมียนมา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ นำทีมเข้าร่วมประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์ปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย

การประชุมดังกล่าวมีตัวแทนจากหลายหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นตำรวจภูธรภาค 5 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ตลอดจนผู้แทนจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และหน่วยประสานงานชายแดนไทย–เมียนมา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประเมินความเชื่อมโยงของเครือข่ายอาชญากรรม

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่เมียนมาได้ควบคุมตัวคนไทย 24 ราย ภายในโรงแรม Golden Sky ในเมืองท่าขี้เหล็ก โดยแบ่งเป็นชาย 11 คน และหญิง 13 คน พร้อมตั้งข้อหาใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยผิดกฎหมาย และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ปัจจุบันทั้งหมดยังถูกควบคุมตัวและอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในฝั่งเมียนมา

การทำงานของฝ่ายไทยในขณะนี้มุ่งเน้นทั้งการตรวจสอบพยานหลักฐานในพื้นที่และการเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ควบคู่กันไป พร้อมทั้งเข้าพบผู้ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำเบื้องต้น โดยหนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือการคัดกรองตามกลไก NRM เพื่อแยกแยะว่าคนไทยทั้ง 24 รายเป็นผู้กระทำผิดหรืออาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับพนันออนไลน์และคอลเซ็นเตอร์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน โดยต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

ข้อมูลเบื้องต้นยังพบว่าคนไทยบางส่วนอาจถูกบังคับให้ข้ามแดนไปยังฝั่งเมียนมา อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขณะเดียวกันข้อหาที่ถูกดำเนินคดีในเมียนมามีโทษค่อนข้างสูง ทั้งในส่วนของการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยผิดกฎหมายที่มีโทษจำคุก 5 ถึง 7 ปี และการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายที่มีโทษตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี

นอกจากการตรวจสอบตัวบุคคลแล้ว เจ้าหน้าที่ยังติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ท่าขี้เหล็ก หลังพบสัญญาณการเคลื่อนย้ายกลุ่มขบวนการเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว จึงมีการหารือร่วมกับทางการเมียนมาเพื่อขยายผลตรวจสอบแหล่งที่ตั้งและโครงสร้างของเครือข่าย โดยมีการประสานงานในระดับผู้บัญชาการตำรวจของทั้งสองประเทศ

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าชาวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียจำนวนหนึ่งถูกหลอกลวงให้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ชายแดนลักษณะเดียวกัน ทำให้การตรวจสอบครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งไปที่การบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังรวมถึงการคัดแยกเหยื่อและการช่วยเหลือผู้ที่อาจถูกหลอกเข้าสู่ขบวนการ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง