ช่วงเปลี่ยนฤดู “ฟ้าผ่า” บ่อย ดร.สนธิ เผยวิธีเอาตัวรอดจากการถูกฟ้าผ่า!

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ระบุว่า “ฟ้าผ่า” เกิดจากการสะสมของประจุ ไฟฟ้าภายในเมฆฝนฟ้าคะนอง จนเกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าขนาดมหาศาลระหว่างเมฆกับพื้นดิน ประจุลบที่ฐานเมฆจะดึงดูดประจุบวกบนพื้นโลก เมื่อประจุมีปริมาณมากพอจะเอาชนะฉนวนของอากาศจะเกิดการปล่อยประจุพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
เมื่ออยู่กลางแจ้งในพื้นที่เปิดโล่ง ฟ้าผ่ามักจะวิ่งเข้าหาคนเพราะคนกลายเป็นวัตถุที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ซึ่งช่วยลดระยะทางที่กระแสไฟฟ้าต้องเดินทางผ่านอากาศที่เป็นฉนวน กระบวนการนี้เกิดขึ้นมาจากหลักการทางฟิสิกส์และพฤติกรรมของกระแสไฟฟ้า
สาเหตุที่มนุษย์กลางแจ้งจึงตกเป็นเป้าหมายของฟ้าผ่า เนื่องจากเส้นทางที่มีความต้านทานต่ำสุด (Path of Least Resistance) อากาศปกติทำหน้าที่เป็นฉนวนต้านทานไฟฟ้าที่หนาแน่นมาก เมื่อประจุไฟฟ้าในก้อนเมฆและบนพื้นดินมีปริมาณสูงมากพอ กระแสไฟฟ้าจะมองหาเส้นทางที่ผ่านอากาศสั้นที่สุดเพื่อถ่ายเทประจุลงดิน ตัวมนุษย์ที่ยืนสูงเด่นขึ้นมาจึงช่วยร่นระยะทางของอากาศลง และเนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักยังนำไฟฟ้าได้ดีกว่าอากาศโดยรอบ
การส่งประจุขึ้นไปปะทะกัน (Upward Streamers) โดยก้อนเมฆส่งประจุลบ (Step Leader)แตกแขนงลงมาใกล้พื้นดิน ประจุบวกบนพื้นดินจะเคลื่อนที่ขึ้นไปสะสมอยู่บนวัตถุที่สูงและโดดเดี่ยว เช่น ต้นไม้ เสาไฟ หรือแม้แต่ตัวมนุษย์ ประจุบวกนี้จะพุ่งยื่นขึ้นไปในอากาศเรียกว่า "ลำประจุขึ้น" (Upward Streamer) เมื่อลำประจุจากร่างกายของเราพุ่งไปเชื่อมต่อกับประจุลบที่ลงมาจากเมฆได้สำเร็จวงจรไฟฟ้าจะสมบูรณ์และเกิดเป็นสายฟ้าผ่าลงมาทันที
อย่างไรก็ตามยังคงมความเข้าใจผิดเรื่องโลหะอยู่ ซึ่งความจริงแล้วโลหะบนร่างกายไม่ได้เพิ่มแรงดึงดูดให้ฟ้าผ่าลงที่คุณมากกว่าปกติ แต่ถึงอย่างนั้นโลหะยังคงเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม ดังนั้นหากถูกผ่ามันจะนำกระแสไฟฟ้าและสร้างความร้อนจนทำให้เกิดแผลไหม้บนร่างกายรุนแรงได้
สำหรับวิธีการเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่กลางแจ้งท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองและเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องหรือเห็นพายุตั้งเค้าให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของ NWS หรือNational Weather Service ให้รีบหาที่หลบภัยที่ปลอดภัย โดยเข้าไปในอาคารปิดที่มั่นคงหรือเข้าไปนั่งในรถยนต์ที่เป็นโครงโลหะปิดมิดชิด ไฟฟ้าจะวิ่งอ้อมโครงเหล็กด้านนอกลงดินไปเอง แต่ห้ามหลบใต้ต้นไม้เด็ดขาด ต้นไม้สูงคือเป้าหมายหลักจะทำให้โดนประกายไฟกระโดดใส่ได้ แต่หากติดอยู่กลางทุ่งโล่งไม่มีที่ร่มเลยให้นั่งย่อตัวลงต่ำที่สุด (Crouch) เท่าที่จะทำได้ โดยให้เท้าทั้งสองข้างชิดกันเพื่อลดความต่างศักย์ของแรงดันไฟฟ้าบนพื้น ป้องกันไม่ให้กระแสวิ่งเข้าขาหนึ่งออกอีกขาหนึ่ง ใช้มือปิดหูและซบหน้าลงระหว่างเข่า ห้ามล้มตัวลงนอนราบกับพื้นเด็ดขาด เพราะการนอนราบจะเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับกระแสไฟที่วิ่งมาตามพื้นดิน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
