รีเซต

“โลกเดือด” ขึ้นทุกปี คนทั่วโลก 1 ใน 3 เริ่มใช้ชีวิตลำบาก

“โลกเดือด” ขึ้นทุกปี คนทั่วโลก 1 ใน 3 เริ่มใช้ชีวิตลำบาก
TNN ช่อง16
11 มีนาคม 2569 ( 10:00 )

ผลการศึกษาชิ้นใหม่พบว่า ภาวะโลกร้อนกำลังลดช่วงเวลาที่มนุษย์สามารถใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย โดยปัจจุบันประชากรโลกประมาณ 1 ใน 3 อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ความร้อนสูงจนจำกัดกิจกรรมของมนุษย์อย่างรุนแรง


รายงานระบุว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน ทำให้แม้แต่ผู้ใหญ่ที่ยังหนุ่มสาวและมีสุขภาพดี ก็ประสบความยากลำบากในการทำกิจกรรมพื้นฐาน เช่น งานบ้าน หรือการเดินขึ้นบันไดในช่วงเวลากลางวันของฤดูร้อน และสำหรับผู้สูงอายุ ผลกระทบจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากร่างกายมีความสามารถในการขับเหงื่อและควบคุมอุณหภูมิร่างกายลดลง


การศึกษานี้ผสานข้อมูลการทดลองทางสรีรวิทยาเกี่ยวกับความทนทานต่อความร้อนของมนุษย์ เข้ากับข้อมูลด้านอุณหภูมิ ประชากร และการพัฒนาของมนุษย์ทั่วโลกย้อนหลังกว่า 70 ปี


ผลการวิเคราะห์พบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี ในปัจจุบันต้องเผชิญช่วงเวลาที่ความร้อนสูงจนไม่สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างปลอดภัยประมาณ 900 ชั่วโมงต่อปี เพิ่มขึ้นจากราว 600 ชั่วโมงต่อปีในปี 1950 หรือเทียบเท่ากับเวลากลางวันมากกว่าหนึ่งเดือน


พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนา แม้ประเทศเหล่านี้จะมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนน้อยกว่าประเทศร่ำรวยที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานสูงกว่า และในบางพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ความร้อนทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ระหว่าง 1 ใน 4 ถึง 1 ใน 3 ของทั้งปี


ภูมิภาคที่เผชิญความท้าทายรุนแรงที่สุด ได้แก่ เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เช่น บาห์เรน กาตาร์ คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก และโอมาน รวมถึงเอเชียใต้ เช่น ปากีสถาน บังกลาเทศ และอินเดีย ตลอดจนบางส่วนของแอฟริกาตะวันตก เช่น มอริเตเนีย มาลี บูร์กินาฟาโซ เซเนกัล จิบูตี และไนเจอร์ ซึ่งภายในแต่ละประเทศ ความเปราะบางต่อความร้อนยังแตกต่างกันตามภูมิประเทศ ระดับรายได้ และลักษณะงานที่ทำ


ตัวอย่างเช่น ในอินเดีย พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคาและพื้นที่ลุ่มทางตะวันออกได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าพื้นที่ภูเขาอย่างเทือกเขาเวสเทิร์นกาตส์หรือเชิงเขาหิมาลัย ขณะที่ในทวีปอเมริกาใต้ ประชาชนในลุ่มน้ำอเมซอนมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่อาศัยอยู่บนที่ราบสูงแอนดีส


ในหลายประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย กลุ่มประชากรที่มีฐานะสามารถลดความเสี่ยงจากความร้อนด้วยเครื่องปรับอากาศ ขณะที่แรงงานข้ามชาติรายได้น้อยยังต้องทำงานกลางแจ้งภายใต้แสงแดดจัด เช่น ในไซต์ก่อสร้าง


งานวิจัยดังกล่าวนำโดยนักวิทยาศาสตร์จากองค์กร Nature Conservancy และตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Research: Health โดยได้ประเมิน “ความสามารถในการอยู่อาศัยของมนุษย์” ภายใต้อุณหภูมิต่าง ๆ


นักวิจัยใช้หน่วยวัดที่เรียกว่า METs ซึ่งเป็นหน่วยวัดพลังงานที่ร่างกายใช้ในการทำกิจกรรม โดยอุณหภูมิที่ยังถือว่าอยู่ในระดับปลอดภัยคือช่วงที่ผู้มีอายุต่ำกว่า 65 ปี สามารถทำกิจกรรมระดับประมาณ 3.3 METs ได้ เช่น กวาดพื้นหรือเดินด้วยความเร็วปานกลางโดยไม่เกิดภาวะเครียดจากความร้อน แต่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด กิจกรรมของมนุษย์อาจถูกจำกัดเหลือเพียงประมาณ 1.5 METs ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานต่ำ เช่น การนั่งหรือการนอนพักเท่านั้น


เพื่อประเมินความเปราะบางของคนในแต่ละช่วงวัย นักวิจัยยังใช้การทดลองวัดอัตราการขับเหงื่อและระดับความเปียกชื้นของผิวหนังของอาสาสมัครในห้องทดลองที่จำลองสภาพอากาศร้อน เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างช่วงปี 1950–1979 กับช่วงปี 1995–2024 พบว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปีที่มีข้อจำกัดรุนแรงที่สุดคือปี 2024


นักวิจัยระบุว่า ผลการศึกษานี้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งหลักอย่างน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน พร้อมเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายจัดสรรทรัพยากรช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด


“ลุค พาร์สันส์” ผู้เขียนหลักของงานวิจัย กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลกที่ไม่สามารถใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างปลอดภัยในช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของปี เขาระบุด้วยว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลับเป็นประเทศที่มีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนน้อยที่สุด และทุกการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเพียงเศษเสี้ยวองศาจะยิ่งขยายผลกระทบให้รุนแรงขึ้น


ปี 2024 จึงอาจเป็นเพียงตัวอย่างของโลกที่ร้อนขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม และควรเป็นสัญญาณเตือนให้ทั่วโลกเร่งหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไปสู่ระดับ 2 องศาหรือมากกว่านั้น ซึ่งในระยะสั้น นักวิจัยเสนอให้เร่งลงทุนในระบบเตือนภัยคลื่นความร้อน โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการระบายความร้อน และมาตรการคุ้มครองผู้สูงอายุรวมถึงแรงงานกลางแจ้งในพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า มาตรการปรับตัวเหล่านี้ไม่สามารถทดแทนความจำเป็นพื้นฐานในการลดภาวะโลกร้อนของโลกได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง