รีเซต

เตือน "น้ำมันแพง" ยาวอีก 2 ปี เอกนิติ ย้ำรัฐบาลพร้อมดูแล เร่งเคาะช่วยกลุ่มเปราะบาง 11 เมษายนนี้

เตือน "น้ำมันแพง" ยาวอีก 2 ปี เอกนิติ ย้ำรัฐบาลพร้อมดูแล เร่งเคาะช่วยกลุ่มเปราะบาง 11 เมษายนนี้
TNN ช่อง16
10 เมษายน 2569 ( 06:00 )
16

"เอกนิติ" ชี้แจงสภา รัฐบาลไทยมีแผนพร้อมรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง เตือนจะไม่มีน้ำมันราคาถูกอีก 2 ปี 


ในที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงนโยบายของรัฐบาลระบุว่า วิกฤตตะวันออกกลางส่งผลทั้งโลก และไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ระยะสั้น อาจจะยืดเยื้อ และมีความไม่แน่นอน


รัฐบาลได้ประเมินฉากทัศน์ต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ ปุ๋ย และอื่นๆ ทำให้สินค้าในอนาคต อาจขาดแคลน และส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอื่นๆ ตามมาด้วย และอาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกได้


รัฐบาลได้เตรียมพร้อมมาตรการด้านเศรษฐกิจไว้รองรับ สำหรับระยะเร่งด่วน จะดูแลผลกระทบประชาชน เตรียมทรัพยากรสำหรับดูแลคนไทยทุกกลุ่ม ต้องดูแลประชาชนให้ตรงจุด และคุ้มค่า ใช้ทุกเครื่องมือ เพราะทรัพยากรนั้นมีจำกัด

          

ขณะเดียวกันนายเอกนิติ ได้ชี้แจงถึงข้อเสนอการลดภาษีสรรพสามิต เพื่อลดราคาน้ำมันว่า ประเทศไทยมีกองทุนน้ำมัน ต่างจากประเทศอื่นที่ไม่มี และการลดภาษีสรรพสามิต ก็ไม่ได้ต่างจากการใช้กองทุนน้ำมัน รวมถึงภาษีสรรพสามิต ยังใช้ดูแลโรงพยาบาล ผู้ป่วย แพทย์ และพยาบาล รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจได้รับผลกระทบเพิ่ม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ทุกเครื่องมือดูแลคนทุกคน และใช้กองทุนน้ำมันเป็นด่านแรก ใช้งบประมาณเท่าที่มีในการลดผลกระทบ  โดยเฉพาะกับกลุ่มขนส่ง ที่ได้รับผลกระทบ และจะส่งผลกระทบต่อไปยังค่าสินค้า

          

พร้อมกันนี้นายเอกนิติได้เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 11 เมษายนที่จะถึงนี้ จะมีมาตรการดูแลประชาชนกลุ่มที่รับผลกระทบ รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย และกลุ่มประมง เกษตรกร รัฐบาลจะต้องสกัดวิกฤตนี้ ก่อนปัญหาลุกลาม ภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัด และเตรียมงบประมาณดูแลประชาชนในกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งหากใช้งบประมาณไปใช้กับกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง ก็อาจเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต และอาจเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ประชาชนตกงาน ดังนั้น จึงจะต้องมีการป้องกัน และรัฐบาลจะเร่งช่วยในระยะสั้น ช่วยประชาชนที่เดือดร้อนก่อน



นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องเตรียมพร้อมในระยะยาว เพราะวิกฤตนี้ จะเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกหลายมิติ โดยเฉพาะความมั่นคงทางอาหาร และยา เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ดังนั้นจึงต้องเตรียมความพร้อมก่อนวิกฤตลุกลาม ประเทศไทยจึงจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งอาหาร และสมุนไพร

          

นายเอกนิติกล่าวอีกว่า วิกฤตพลังงาน จะทำให้ไม่มีน้ำมันราคาถูกอย่างน้อย 1-2 ปี เพราะสงครามตะวันออกกลาง ได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน และต้องใช้เวลารอฟื้นฟู 1-2 ปี ดังนั้นต้องทำให้ธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่าน ส่งเสริมการทำโซลาร์ หรือการใช้เอสทานอลจากอ้อย มันสำปะหลัง หรือปาล์ม ที่จะต้องส่งเสริมให้คนไทย มีโอกาสใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานชีวมวล และพลังงานทดแทน ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ดีด้วย

          

ขณะที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ทำให้คนไทยเก่งขึ้น เพราะคนไทยเกิดน้อยลง ผู้สูงอายุจะมากขึ้น ดังนั้นต้องใช้ AI และวางยุทธศาสตร์ทำให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี  ใช้ AI ในการหารายได้ได้ เช่น ในโครงการคนละครึ่งพลัส จะนำไปช่วยในถุงเงิน เพื่อช่วยวิเคราะห์การขาย วิเคราะห์รายการขายในแต่ละวัน เพื่อเตรียมวัตถุดิบได้ และยังจะมี AI สำหรับผู้ซื้อ ให้ประชาชนใช้ AI ได้ฟรี

          

สำหรับประเด็นการลงทุนภาครัฐ นายเอกนิติ ระบุว่า ภาครัฐไม่สามารถทำโดยลำพังได้ เพราะทรัพยากรมีจำกัด จึงต้องร่วมทุนกับภาคเอกชน ธุรกิจไทยและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย ซึ่งนายเอกนิติพบว่า ต่างประเทศหลายชาติ ต้องการมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งแม้จะมีอุปสรรคในการขออนุมัติ อนุญาต รัฐบาลได้พยายามปลดล็อก เพื่อให้ต่างชาติลงทุนได้ และช่วยเปลี่ยนผ่านให้คนไทย ทำให้คนไทยเก่ง มีรายได้เพิ่ม เชื่อมทักษะคนไทยกับโลกยุคใหม่ มีงานที่ดี และรายได้สูงขึ้น ตามโครงการ Shill Bridge ของรัฐบาล

          

พร้อมกันนี้ยังได้ระบุถึงไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจไทยติดหล่ม แต่การให้เอกชนมาช่วยลงทุน จะช่วยปลดล็อกเศรษฐกิจไทยได้ และทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง เมื่อพ้นวิกฤตประเทศไทยก็จะกลับมาแข็งแกร่ง จึงจะต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง