‘ปศุสัตว์ OK’ ครบ 10 ปี กรมปศุสัตว์ผนึกหอการค้า-เอกชนสร้างความมั่นใจ ปศุสัตว์ไทยปลอดภัย ไม่แพง
กรมปศุสัตว์ผนึก 'หอการค้าไทย-เอกชน' ยกระดับมาตรฐานเครื่องหมายปศุสัตว์ OK มุ่งสร้างร้านต้นแบบคุณภาพดี ตรวจสอบย้อนกลับได้ เสริมความมั่นใจผู้บริโภคสินค้าปศุสัตว์ไทย ปลอดภัยทุกคำ-ไม่แพง
วันที่ 9 กรกฏาคม 2569 นส.พ. อัจฉบุณณ์ แสงศิริรักษ์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมปศุสัตว์ นำคณะสื่อมวลชนและอินฟลูเอ็นเซอร์ลงพื้นที่เยี่ยมชมร้านปศุสัตว์ OK ตัวอย่างของผู้ประกอบการในท้องถิ่น ที่ตลาดสยามคู่สร้าง อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ โดยมี นส.พ.ธวัฒน์ ปิ่นแก้ว ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ เข้าร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานจริงผ่าน "คนจริง สถานที่จริง" ของร้านค้าที่ยกระดับสู่ร้านต้นแบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้าร่วมโครงการ
นส.พ. อัจฉบุณณ์ เปิดเผยว่า โครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค (ปศุสัตว์ OK) เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 ครบ 10 ปี ก้าวสู่ปีที่ 11 โดยกรมปศุสัตว์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านการผลิตสินค้าปศุสัตว์ ได้ดำเนินการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตเนื้อสัตว์ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ ตลอดจนสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่มาจากฟาร์มมาตรฐาน (GAP) โรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
ซึ่งในอดีตพบว่าสภาพแวดล้อมของสถานที่จำหน่ายโดยทั่วไปไม่ถูกสุขลักษณะ มีปัญหาขยะ น้ำเสีย และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงและสัตว์พาหะ ส่งผลให้เนื้อสัตว์ที่วางจำหน่ายมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคและอาจไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงพัฒนาสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ให้ถูกสุขลักษณะ และคำนึงถึงการจัดหาแหล่งผลิตเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสในการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
"ความร่วมมือกับหอการค้าไทย และ CPFGS” เป็นการผสานจุดแข็งระหว่างภาครัฐที่กำหนดมาตรฐาน และกำกับดูแล กับภาคเอกชนที่มีเครือข่ายกว้างขวางและมีผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด"
ซึ่งในระยะต่อไป กรมฯ มุ่งหวังจะเพิ่มความเข้มข้นในคัดสรรร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มการรับรู้ตราสัญลักษณ์ "ปศุสัตว์ OK" ให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ และนำเทคโนโลยีอย่าง Google Maps มาใช้เพื่อให้ประชาชนค้นหาร้านค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น
นางน้ำทิพย์ ภักดีแสน เจ้าของร้าน “เจ๊กุ้ง” ในฐานะร้านปศุสัตว์ OK ต้นแบบ กล่าวว่า การมีมาตรฐานที่ดีทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น ยอดขายเติบโต และทำให้การบริหารจัดการร้านง่ายขึ้น
“จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่ร้านได้รับคำแนะนำจาก CPFGS ที่ต้องการให้ร้านมีความแตกต่างและน่าเชื่อถือมากขึ้น จากเดิมที่เคยมีปัญหาเรื่องการจัดเก็บสินค้าและการควบคุมอุณหภูมิ หลังได้รับการรับรองพบว่ามีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นและลูกค้าใหม่ให้ความสนใจมากขึ้นเนื่องจากเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า”
"สิ่งที่อยากจะฝากคือ อยากให้ร้านค้าอื่นเข้าร่วมโครงการ เพราะไม่ได้ยากอย่างที่คิด นอกจากจะได้ความรู้และมาตรฐานแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้จริง"
นายวิน ปิ่นศิโรดม ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ โกลโบล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CPFGS ระบุว่า CPFGS ทำหน้าที่เป็น "พี่เลี้ยง" (Coaching) ที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้ร้านค้าผ่านมาตรฐาน โดยเข้าไปช่วยสำรวจร้าน วิเคราะห์จุดอ่อน วางแผนปรับปรุง และให้ความรู้เรื่องสุขอนามัย การจัดเก็บสินค้า และการจัดเก็บเอกสาร
"ร้านเจ๊กุ้งเป็นต้นแบบที่มีการปรับตัวที่รวดเร็วและรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการขาย เป้าหมายต่อไปคือการขยายเครือข่ายร้านต้นแบบและสร้าง Mentor ทั่วประเทศ"
นายพรชัย เอี่ยมสงวนจิตต์ รองประธานคณะธุรกิจปศุสัตว์ฯ หอการค้าไทย ให้ความเห็นว่า ร้านปศุสัตว์ OK ที่ได้มาตรฐาน คือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่น โครงการนี้มีส่วนช่วยยกระดับ SME และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแรง เชื่อมโยงทั้งระบบ โดยผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นและเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากสถานที่จำหน่ายที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ ผู้ประกอบการสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปรับปรุงสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ให้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ และเลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ปรับปรุงมาตรฐานการผลิตเนื้อสัตว์ตลอดทั้งกระบวนการ เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ โดยหอการค้าไทย จะทำหน้าที่ช่วยผลักดันผ่านเครือข่ายจังหวัด การประชาสัมพันธ์ และการจับคู่ธุรกิจ
"มาตรฐานไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์และความยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ"
ทั้งนี้ โครงการปศุสัตว์ OK เกิดขึ้นเพื่อสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงการบริโภคเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานการผลิต อีกทั้งช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ รับซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองจากกรมปศุสัตว์ไปจำหน่าย รวมถึงนำหลักการปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดีไปใช้ในการจำหน่ายเนื้อสัตว์ เป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ภายในประเทศให้ได้รับการรับรองมาตรฐานตลอดทั้งกระบวนการผลิต
โดยมีหลักเกณฑ์การรับรองผู้ประกอบการสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ที่จะเข้าร่วมโครงการ ต้องผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 4 ข้อ ดังนี้
1. เนื้อสัตว์ต้องมาจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองการปฏิบัติที่ดีทางการเกษตร (GAP)
2. เนื้อสัตว์ต้องผ่านกระบวนการเชือดชำแหละจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์
3. มีสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์สะอาดและถูกสุขลักษณะ
4. มีเอกสารหลักฐานหรือระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของเนื้อสัตว์ได้
ปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมรับการรับรองแล้ว จำนวน 6,776 ร้าน กระจายไปในพื้นที่ 76 จังหวัด ทั่วประเทศ โดยร้านปศุสัตว์ OK ที่ทาง CPFGS เข้าไปส่งเสริม และให้คำแนะนำเข้าร่วมโครงการสำเร็จมีจำนวน 1,230 ร้าน และในปี 2569 มีแผนจะเพิ่มเป็น 1,950 ร้าน
นส.พ.ธวัฒน์ ปิ่นแก้ว ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สำนักงานปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสถานประกอบการที่ได้รับการจดทะเบียนรับรองมาตรฐาน "ปศุสัตว์ OK" แล้วจำนวนมาก แบ่งเป็น ด้านเนื้อสัตว์: จำนวน 219 แห่ง และด้านไข่สด: จำนวน 148 แห่ง
การบูรณาการความร่วมมือและพัฒนาบุคลากร
เพื่อให้โครงการมีความยั่งยืนและครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด ทางสำนักงานปศุสัตว์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชนและองค์กรที่เกี่ยวข้อง อาทิ หอการค้า และบริษัท CPF ในการสนับสนุนและช่วยให้ผู้ประกอบการรักษามาตรฐานสินค้าอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ในปีปัจจุบันได้มีการจัด อบรมพัฒนาบุคลากรและผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 120 แห่ง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการพัฒนาสินค้าปศุสัตว์ให้เข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน โดยตั้งเป้าที่จะพัฒนามาตรฐานสินค้าให้ดียิ่งขึ้นในทุกปีและขยายผลให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดในอนาคต
เป้าหมายหลักเพื่อผู้บริโภค โครงการ "ปศุสัตว์ OK" ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิต แต่ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ โดยเจ้าหน้าที่จะยังคงลงพื้นที่ให้คำแนะนำและตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้บริโภคเนื้อสัตว์และไข่ที่สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ร่วมคณะลงพื้นที่ครั้งนี้ประกอบด้วย นางสาวธัญพร วรรณเจริญ นายสัตวแพทย์ และ นางสาวศุภจี มณีรัตน์ นักวิชาการสัตวบาล กรมปศุสัตว์ นายอดิศร เดชอัครราช รองประธานคณะธุรกิจปศุสัตว์ฯ (ไก่ไข่, โคนม) หอการค้าไทย นางณัฐกานต์ พันธ์ชัย รองประธานคณะธุรกิจปศุสัตว์ฯ (แพะ) และนายณัฐวิทย์ พิมพ์พัทเลิศ และนายพบยศ ฉัตรจารุวิมล ผู้ช่วยผู้จัดการภาค CPFGS