ส่องพื้นฐานหลังแบงก์วูบ เชื่อยังไม่ตั้งสำรองน้ำท่วม

#KKP #KTB #ทันหุ้น – เปิดกลยุทธ์ลงทุนหุ้นแบงก์ หลังราคาดิ่งแรงจากอุทกภัย กูรูชี้มาตรการช่วยเหลือครอบคลุม ไม่เพิ่มภาระสำรอง ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ภาพรวมลดลง จากกำไรเงินลงทุน แต่สินเชื่อ NIM พ้นจุดต่ำ ระยะสั้นยังต้องระวังแรงขายจาก Fund Flow แต่ลงมาทยอยเก็บ KKP และ KTB คาดปันผล 6.5–7% และ 6.2–6.3% สหรัฐขึ้นดอกเบี้ยตุลาคมหนุน
นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินกำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์งวดไตรมาส 3/2569 ของ 7 ธนาคารพาณิชย์ที่มีบทวิเคราะห์ ไว้ที่ 49,400 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2569 (QoQ) และลดลง 15% เมื่อช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กดดันจากกำไรเงินลงทุนและกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมที่ลดลง รวมถึงกำไรจากการขายเงินลงทุน หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น
แต่หากพิจารณาผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลักมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น โดยส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่องวดไตรมาส 2/2569 และเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เบสิกพอยต์ (bps) หรือ เพิ่มขึ้น 0.02% และคุณภาพสินทรัพย์ยังมีเสถียรภาพ
@ ไม่ตั้งสำรองน้ำท่วม
ด้านความกังวลในการตั้งสำรองหลังเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ นายกรกช กล่าวว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเบื้องต้นในระยะ 3 เดือน ครอบคลุมลูกค้าที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ประกาศเป็น “เขตอุทกภัย” คาดว่าจะไม่กดดันให้ธนาคารต้องตั้งสำรองเพิ่ม โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยชะลอการเกิดหนี้ค้างชำระหรือตกชั้น ออกไปตลอดไตรมาส 4/2569 แม้อาจมีผลกระทบในเชิงจิตวิทยาต่อตลาด แต่ในเชิงปัจจัยพื้นฐานคาดว่าไม่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการหรือตัวเลขทางการเงินของกลุ่มธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้คาดการณ์กำไรงวดไตรมาส 3/2569 ของ KKP ที่ 2,081 ล้านบาท เติบโต 25% YoY หนุนจากต้นทุนเครดิตและขาดทุนจากรถยนต์ยึดที่ลดลง ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและนายหน้ามีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง แต่ลดลง 2% QoQ ตามด้วย TISCO ที่คาดกำไร 1,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY แต่ลดลง 3% QoQ
ขณะที่ BAY คาดกำไร 8,529 ล้านบาท ลดลง 3% YoY และลดลง 3% QoQ, BBL 9,092 ล้านบาท ลดลง 34% YoY และลดลง 4% QoQ, KTB 12,077 ล้านบาท ลดลง 17% YoY โดยสามารถทรงตัว QoQ และ SCB 10,206 ล้านบาท ลดลง 15% YoY และลดลง 8% QoQ
ดังนั้นหากราคาหุ้นอ่อนตัวลงจากปัจจัยกดดันเชิงจิตวิทยากรณีอุทกภัย แนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” ผลการดำเนินงานมีโอกาสปรับดีขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจนขึ้นและการบริหารเงินทุนเชิงรุกโดยเลือก KKP ราคาเหมาะสม 153 บาทคาดอัตราการจ่ายเงินปันผล 6.5 - 7% และ KTB ราคาเหมาะสม 48 บาท คาดอัตราการจ่ายเงินปันผล 6.2 – 6.3% เป็นหุ้นเด่น
ลุ้นดอกเบี้ย “ขาขึ้น”
ด้าน นายกรรณ์ หทัยศรัทธา, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีปัจจัยหนุนจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย “ขาขึ้น” หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (FOMC) พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม 2569 โดยหลักแล้วจะเป็นบวกต่อธนาคาร เนื่องจากเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อและออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ขณะที่ธุรกิจไฟแนนซ์จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นยังต้องติดตามกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่อาจไหลไปยังตลาดต่างประเทศซึ่งให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า ทำให้หุ้นธนาคารอาจเผชิญแรงขายเป็นช่วงๆ ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยในไทยยังต้องรอความชัดเจน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังไม่เอื้อต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
