MAGURO กำไรจ่อนิวไฮ ขยายสาขาใหม่ทำเงิน โบรกเคาะเป้า 25 บาท

#MAGURO #ทันหุ้น - MAGURO ปั้น 14 แบรนด์ ดัน Hitori Shabu-Maguro Kappou ทำเงิน เสริมมาร์จิ้น โบรกจับตากำไรไตรมาส 3 โตต่อ ก่อนทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4 รับสาขาใหม่เริ่มโกยรายได้เต็มสูบ พร้อมเดินหน้าปี 2570 เปิดเพิ่มอีก 20 สาขา ดันกำไรแตะ 195 ล้านบาท แนะนำ “ซื้อ” เป้าหมาย 25 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ว่า รายได้ช่วงครึ่งแรกปี 2569 ของ MAGURO เพิ่มขึ้น 32% สูงกว่าเป้าหมายของบริษัทในปี 2569 ที่ 30% และประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ที่ 28% โดยการเติบโตในระยะต่อไปจะได้รับแรงหนุนจากแบรนด์ใหม่และสาขาใหม่ 16 แห่ง ซึ่งมีกำหนดเปิดในช่วงครึ่งหลังปี 2569
@ขยายสาขาทำเงิน
บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ทั้งหมด 21 แห่งในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่ 15–20 แห่ง นอกจากนี้ MAGURO มีแผนขยายธุรกิจเป็น 14 แบรนด์ ซึ่งรวมถึง Kaiten Sushi Ginza Onodera เปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลอยู่ที่ 1,300–1,500 บาท, ร้าน “หลาย” ร้านอาหารอีสานแซ่บพรีเมียม เปิดในเดือนกันยายน 2569 และตั้งเป้ารายได้ 2 ล้านบาทต่อสาขาต่อเดือน รวมถึง Age.3 แบรนด์แซนด์วิชทอดไส้ล้น ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนตุลาคม 2569
คาดว่าคอนเซ็ปต์และสาขาใหม่เหล่านี้จะช่วยชดเชยอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่คาดว่าจะลดลงเหลือเลขหลักเดียวในไตรมาส 3/2569 ท่ามกลางการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนแอและมาตรการของภาครัฐ
สำหรับปี 2570 บริษัทมีแผนเปิดเพิ่มอีก 20 สาขา โดยมุ่งเน้นการขยายแบรนด์ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า เช่น Maguro Kappou และ Hitori Shabu แบรนด์สุกี้ชาบูต้นตำรับญี่ปุ่น
การที่มาร์จิ้นในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ลดลง มีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายก่อนเปิดร้านและต้นทุนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขา โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงมาอยู่ที่ 47.2% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) ลดลงมาอยู่ที่ 6.5% จาก 7.5% ในช่วงครึ่งแรกปี 2568
อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาร์จิ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569F จะถูกกดดันน้อยลง เนื่องจากสาขา 11 แห่งที่เปิดไปแล้วตั้งแต่ต้นปี (YTD) จะเริ่มสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ Kaiten Sushi Ginza Onodera ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งร้านและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในไตรมาส 2/2569 จะเริ่มสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569
นอกจากนี้ สัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากร้าน Hitori Shabu และ Maguro Kappou จะช่วยลดสัดส่วนรายได้จากแบรนด์หลัก MAGURO จาก 48% เหลือ 38% ตามประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์
ปัจจุบันประมาณการปี 2569 ยังคงต่ำกว่า Guidance ของผู้บริหาร และได้รวมผลกระทบจากต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนการขยายสาขาที่สูงขึ้นไว้แล้ว โดยคาด GPM ที่ 46% เทียบกับเป้าหมายของบริษัทที่ 45–48% และคาดอัตรากำไรสุทธิที่ 6.6% เทียบกับเป้าหมายที่ 7%
กำไรสุทธิช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY คิดเป็น 44.5% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2569F ของเราที่ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เบื้องต้นคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/2569F จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ก่อนทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4/2569 จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของสาขาใหม่และแรงกดดันด้านมาร์จิ้นที่ลดลง โดยการเติบโตของกำไรน่าจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 4/2569 เมื่อสาขาใหม่ที่อยู่ใน Pipeline ช่วงครึ่งหลังปี 2569 เริ่มทยอยสร้างรายได้เต็มที่
สำหรับแนวโน้มข้างหน้า บริษัทมีแผนเปิดเพิ่มอีก 20 สาขาในปี 2570 ขณะที่การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ใหม่และแบรนด์ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น คาดว่าจะช่วยหนุนกำไรปี 2570 เพิ่มขึ้นสู่ 195 ล้านบาท หรือเติบโต 18% YoY
@พิกัด 25 บาท
คงคำแนะนำ “ซื้อ” MAGURO ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท อิงจาก PER ปี 2570F ที่ 16 เท่า ขณะที่คาดว่า MAGURO จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่แข็งแกร่งระดับ 18% ในช่วงปี 2569–2571 โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและความสำเร็จในการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
