รีเซต

ร้อนจนอยู่ไม่ได้! เมื่อโลกร้อนซ้ำเติมคนจน เผยความเหลื่อมล้ำใน “บราซิล”

ร้อนจนอยู่ไม่ได้! เมื่อโลกร้อนซ้ำเติมคนจน เผยความเหลื่อมล้ำใน “บราซิล”
TNN ช่อง16
20 มกราคม 2569 ( 12:30 )
22

คลื่นความร้อนที่ทวีความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างเท่าเทียมกัน งานวิจัยล่าสุดในนครริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ชี้ให้เห็นว่า ผู้อยู่อาศัยในชุมชนแออัดหรือ “ฟาเวลา” ต้องเผชิญความร้อนในระดับที่รุนแรงกว่าพื้นที่เมืองทั่วไป สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

 

นครริโอเดจาเนโรเป็นเมืองที่มีความเหลื่อมล้ำสูง โดยพื้นที่ฟาเวลามักตั้งอยู่บนเนินเขาและถูกสร้างขึ้นโดยประชาชนเองโดยไม่มีการวางผังเมืองหรือโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม บ้านเรือนจำนวนมากก่อสร้างจากคอนกรีต ไม่มีระบบระบายอากาศที่ดี และขาดการเข้าถึงเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้ภายในบ้านสะสมความร้อนอย่างรุนแรงในช่วงฤดูร้อน ซึ่งอุณหภูมิภายนอกมักพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส


 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอูเทรกต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับภาคีท้องถิ่น ได้ดำเนินการศึกษาเพื่อวัดผลกระทบของความร้อนสุดขั้วต่อชีวิตของประชาชนกว่า 1.3 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในฟาเวลาของริโอเดจาเนโร โดยติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิภายในบ้านในชุมชนอย่างชาเปว มังเกยรา และมอร์รู ดา บาบิโลเนีย พร้อมเก็บข้อมูลกิจวัตรประจำวันและผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อนที่เพิ่มขึ้น


ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ความร้อนภายในบ้านในฟาเวลามักสูงกว่าที่ตรวจวัดได้ตามท้องถนนหรือสถานีอุตุนิยมวิทยา ซึ่งหมายความว่าการประเมินความเสี่ยงจากคลื่นความร้อนในระดับเมืองอาจยังไม่สะท้อนความเป็นจริงของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เปราะบาง งานวิจัยยังสะท้อนให้เห็นว่าความร้อนส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ สุขภาพ และความสามารถในการทำงาน ซึ่งกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนรายได้น้อยโดยตรง


การศึกษานี้ยังชี้ว่า การขาดการออกแบบเมืองที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดในการเข้าถึงพลังงาน เช่น ไฟฟ้าสำหรับการทำความเย็น ทำให้ชุมชนแออัดกลายเป็นพื้นที่ที่รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างไม่เป็นธรรม นักวิจัยมองว่าข้อมูลเชิงลึกจากการวัดอุณหภูมิภายในบ้านจะเป็นฐานสำคัญในการผลักดันนโยบายสาธารณะที่คำนึงถึงความเหลื่อมล้ำและความเป็นอยู่จริงของประชาชนมากขึ้น


งานวิจัยในฟาเวลาของนครริโอเดจาเนโรสะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นปัญหาสังคมและการเมืองที่ขยายความเหลื่อมล้ำในเมืองอย่างชัดเจน คลื่นความร้อนกำลังกลายเป็นภาระที่หนักหน่วงที่สุดสำหรับกลุ่มคนเปราะบาง การออกแบบนโยบายรับมือโลกร้อนจึงจำเป็นต้องมองลึกไปถึงสภาพความเป็นอยู่ภายในบ้าน ไม่ใช่เพียงอุณหภูมิบนท้องถนน เพื่อให้การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศเกิดความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง