รีเซต

“เอลนีโญ” ถล่มไทย! ฝนหายครึ่งประเทศ แต่บางพื้นที่เสี่ยงจมน้ำ

“เอลนีโญ” ถล่มไทย! ฝนหายครึ่งประเทศ แต่บางพื้นที่เสี่ยงจมน้ำ
TNN ช่อง16
15 มิถุนายน 2569 ( 11:00 )

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับเอลนีโญรุนแรงกดดันร่องมรสุมไทย จะเกิดอะไรขึ้น?

ร่องมรสุม หรือร่องความกดอากาศต่ำในเขตเส้นศูนย์สูตร เกิดจากการที่โลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากที่สุดบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้อากาศเหนือพื้นผิวโลกร้อนจัด ขยายตัว และลอยตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความกดอากาศบริเวณพื้นผิวลดต่ำลง กลายเป็นแนวร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านรอบโลก ร่องมรสุมนี้ไม่ได้อยู่กับที่ แต่จะเคลื่อนตัวขึ้นลงทางทิศเหนือและใต้ตามตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ส่องตั้งฉากกับโลกในแต่ละช่วงของปี

นอกจากอิทธิพลของดวงอาทิตย์แล้ว อุณหภูมิน้ำทะเลก็มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดตำแหน่งของร่องมรสุมเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณที่มีกระแสน้ำอุ่น น้ำทะเลที่อุ่นกว่าจะทำให้อากาศเหนือผิวน้ำลอยตัวขึ้น เกิดการก่อตัวของเมฆและฝน จึงมีส่วนดึงดูดให้ร่องมรสุมเคลื่อนตัวเข้าหาพื้นที่ดังกล่าว

ความสัมพันธ์ระหว่างร่องมรสุมกับภาวะเอลนีโญ 

ในสภาวะปกติ ลมค้า (Trade Winds) จะพัดพามวลน้ำอุ่นไปรวมตัวอยู่ทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณอินโดนีเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้อากาศในพื้นที่ดังกล่าวยกตัวขึ้น เกิดเป็นร่องมรสุมหรือร่องความกดอากาศต่ำ ทำให้มีเมฆมากและฝนตกชุก

แต่เมื่อเกิดภาวะเอลนีโญ (El Niño) กระบวนการดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

ประการแรก ลมค้าจะอ่อนกำลังลง จากเดิมที่พัดจากตะวันออกไปตะวันตกอย่างต่อเนื่อง อาจอ่อนแรงหรือบางช่วงเปลี่ยนทิศทางกลับไปทางฝั่งทวีปอเมริกาใต้ เช่น เปรูและชิลี

ประการต่อมา มวลน้ำอุ่นที่เคยสะสมอยู่ทางฝั่งเอเชียจะเคลื่อนตัวและแผ่ขยายไปยังตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้จุดกำเนิดของเมฆฝนและการยกตัวของอากาศย้ายตามไปด้วย

ผลที่ตามมาคือ ร่องมรสุมบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะอ่อนกำลังลง แหล่งความร้อนและการยกตัวของอากาศย้ายออกไปจากภูมิภาค บรรยากาศจึงมีแนวโน้มนิ่งตัวและอากาศจมตัวลงมากขึ้น แทนที่จะยกตัวขึ้นก่อตัวเป็นเมฆฝน ส่งผลให้หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย มีปริมาณฝนลดลงและเผชิญความเสี่ยงต่อภาวะฝนทิ้งช่วง

 


อย่างไรก็ตาม เอลนีโญไม่ได้หมายความว่าฝนจะหายไปทั้งหมด โดยทั่วไปปริมาณฝนรวมทั้งปีมักต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่รูปแบบฝนจะมีความแปรปรวนมากขึ้น ฝนอาจตกหนักผิดปกติในช่วงเวลาสั้น ๆ สลับกับช่วงที่ฝนทิ้งช่วงยาวนาน เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติสามารถกระตุ้นให้มวลอากาศชื้นยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง เกิดเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ได้ เมื่อมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากทะเลอันดามันพัดเข้ามาปะทะ ก็อาจก่อให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และสภาพอากาศแปรปรวนในบางพื้นที่

ดังนั้น หากประเทศไทยเผชิญภาวะ Super El Niño ที่รุนแรงในระยะต่อไป สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือการสลับกันระหว่างช่วงฝนทิ้งช่วงและช่วงฝนตกหนักแบบเฉียบพลัน ฝนอาจตกในลักษณะกระจุกตัวหรือตกแช่นานในบางพื้นที่ คล้ายปรากฏการณ์ Rain Bomb โดยไม่ได้กระจายตัวทั่วประเทศ ส่งผลให้บางพื้นที่เผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่อีกหลายพื้นที่อาจยังประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำไปพร้อมกัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง