รีเซต

"ส่งออก" เดือนเม.ย. 69 พุ่งร้อยละ 23.1 โตต่อเนื่องยาวนาน 22 เดือน!

"ส่งออก" เดือนเม.ย. 69 พุ่งร้อยละ 23.1 โตต่อเนื่องยาวนาน 22 เดือน!
TNN ช่อง16
28 พฤษภาคม 2569 ( 16:25 )

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนเม.ย.69 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนเม.ย.69 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ 



อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังชะลอตัว ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาท ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้า และเศรษฐกิจไทย


สำหรับในเดือนเม.ย. ด้านการค้าระหว่างประเทศ นับเป็นจุดตัดสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 31,583.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตอย่างโดดเด่นถึงร้อยละ 23.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 


ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ติดกัน โดยมีสินค้ากลุ่มเครื่องอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตรเป็นหัวหอกสำคัญในการบุกตลาดคู่ค้าหลักเกือบทุกภูมิภาค 


โดยเฉพาะในทวีปออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา อาเซียน  และญี่ปุ่น สอดคล้องกับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชนที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทน สะท้อนจากปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวดีจากภาคการส่งออกและการบริโภคบางส่วน แต่ภาคบริการ และการท่องเที่ยวกลับมีสัญญาณสวนทางกัน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยลดลงมาอยู่ที่ 2.37 ล้านคน หรือหดตัวร้อยละ -7.0 


ทว่าเศรษฐกิจไทยยังได้เม็ดเงินจากภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศเข้ามาช่วยชดเชย โดยมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวสูงถึง 25.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7


ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนเม.ย.69 อยู่ที่ร้อยละ 2.89 ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ร้อยละ 0.83 ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ ร้อยละ 66.4 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้


ยิ่งไปกว่านั้น ทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนเมษายน ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 286.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นเกราะกำบังทางการเงินที่มั่นคงและพร้อมรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

โดยในปัจจุบันภาคประชาชนและผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงมีความคาดหวังและรอคอยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ๆ จากทางภาครัฐเข้ามาช่วยขับเคลื่อนในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง