ส.อ.ท.ห่วง"ค่าระวางเรือ"พุ่ง7พันเหรียญ

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า เป็นวิกฤตการณ์ระลอกใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของไทย หน่วยงานภาครัฐได้เข้ามาดูแล และยืนยันว่าประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งานได้อีก 100 วัน
ส่วรสถานการณ์ความรุนแรงที่มีการโจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน ส่งผลโดยตรงทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาระดังกล่าวทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องทำหน้าที่อย่างหนักในการแบกรับภาระเพื่อตรึงราคาขายปลีกในประเทศ จนปัจจุบันสถานะกองทุนฯ ติดลบไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท
นอกจากปัญหาด้านพลังงานแล้ว กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME กำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนวัตถุดิบ เนื่องจากปัญหาในแถบตะวันออกกลางส่งผลให้ค่าระวางเรือพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเดิมประมาณ 2,000 เหรียญสหรัฐฯ ทะยานขึ้นไปถึง 7,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตู้ ทำให้ผู้นำเข้าและส่งออกต้องเจรจาเงื่อนไขการขนส่งใหม่ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ความไม่ปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือยังส่งผลให้สินค้าบางส่วนต้องถูกนำไปพักไว้ตามท่าเรือที่ปลอดภัยชั่วคราว ซ้ำเติมทำให้ต้นทุนขนส่งโดยรวมสูงขึ้นร้อยละ 35
ส่วนวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติกเริ่มนำเข้ามาไม่ได้ ส่งผลให้โรงงานบางแห่งต้องหยุดการผลิตชั่วคราว อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มปริมาณการผลิตในประเทศ และหาแหล่งนำเข้าใหม่จากประเทศอื่นแทน เช่น จีน ส่วนสินค้าประเภทเหล็กและอะลูมิเนียมอิงกอต (Ingot) คาดว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นแน่นอน ซึ่งกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมตัวถังรถยนต์ และภาคการก่อสร้าง
ทั้งนี้ ประธาน ส.อ.ท. ยังแสดงความกังวลถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่อาจมีการประเมินใหม่ตามต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น แม้ประเมินว่าหากค่าไฟขึ้นไม่มากจะกระทบต่อราคาสินค้าเพียงร้อยละ 3
แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือ "ต้นทุนค่าขนส่ง" ที่จะกดดันผู้ประกอบการอย่างหนัก โดยเฉพาะ SME ที่ปัจจุบันต้องซื้อน้ำมันผ่านจ็อบเบอร์ (Jobber) ในราคาที่สูงกว่าปกติ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
