แห่เก็งกำไร‘หุ้นแบงก์’คึก หวังเซอร์ไพรส์ปันผลสูง

#หุ้นแบงก์ #ทันหุ้น – “หุ้นแบงก์”คึก-วอลุ่มแน่น นักวิเคราะห์ ชี้ นักลงทุนแห่เก็งกำไร หวังปันผลงวดครึ่งปีหลัง 2568 สูง หลังหุ้นสื่อสารเซอร์ไพรส์ตลาด ทำให้คาดมีโอกาสจ่ายสูงกว่าคาด รวมถึงสินเชื่อมีโอกาสเพิ่มขึ้น จากบิ๊กบจ.เตรียมกู้เงินเพิ่ม จึงแนะนำเก็งกำไรระยะสั้น ควรขายเมื่อขึ้น XD เหตุกำไรปีนี้ทรงตัว ชู KTB และ KKP หุ้นเด่น
วานนี้ (4 ก.พ.69)หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์)มูลค่าซื้อขายคึกคัก นำโดย ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มูลค่าซื้อขาย 4,842.79 ล้านบาท รองมา บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มูลค่าซื้อขาย 2,592.28 ล้านบาท ถัดมา ธนาคารกรุงเทพ มูลค่าซื้อขาย 1,454.68 ล้านบาท
นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคระห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า เริ่มเห็นภาพนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มแบงก์มากขึ้น คาดว่าจะเป็นในเรื่องการเก็งกำไรจากการประกาศจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลัง 2568 และมีโอกาสที่กลุ่มแบงก์จะจ่ายปันผลเพิ่มขึ้น หลังจากหุ้นในกลุ่มสื่อสาร ที่ประกาศจ่ายปันผลออกมาในระดับสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
@ลุ้นจ่ายปันผลสูง
ดังนั้นทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาโอกาสลงทุนในกลุ่มอื่นๆ ที่มีการจ่ายปันผลสูงอยู่แล้ว หรือมีโอกาสจ่ายสูงกว่าที่คาดไว้ ซึ่งหุ้นที่ปรับตัวขึ้นส่วนใหญ่จะเป็น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่
ส่วนประเด็นที่เก็งว่าแบงก์เจ้าหนี้ของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จะมีการขายหุ้น THAI ออกมา จากวานนี้ที่มีหุ้นครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (ไซเลนต์พีเรียด)นั้น ส่วนตัวมองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อย เพราะแบงก์ที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของ THAI อย่าง BBL, KTB และ TTB ยังไม่มีแรงจูงใจที่จะรีบขายทำกำไรในช่วงนี้ และธนาคารส่วนใหญ่เน้นถือครองในระยะยาว และยังได้รับประโยชน์จากเงินปันผลของ THAI
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนในเรื่องของแนวโน้มสินเชื่อที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปีนี้ จากบริษัทขนาดใหญ่ เช่น ADVANC มีโอกาสขอเพิ่มวงเงินสินเชื่อ และอาจมีการเพิ่มเพดานสินเชื่อเพื่อกู้เงินบางส่วนมาจ่ายปันผล รวมถึงกรณี บริษัท อะไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด จะมีการกู้เงินเพื่อมาซื้อหุ้น TRUE “เทเลนอร์”
@แนะซื้อเก็งกำไร
สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุน แนะนำซื้อเก็งกำไรระยะสั้น โดยซื้อในช่วงนี้ เพื่อลุ้นตัวเลขเงินปันผลต่อหุ้นที่จะประกาศในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคม และขายออกเมื่อมีการประกาศจ่ายปันผล หรือขายก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD แต่ไม่แนะนำให้ถือยาวเพื่อรอรับปันผลเพียงอย่างเดียว เพราะโอกาสที่ราคาหุ้นจะถูกดันขึ้นต่อ มีน้อยลง เนื่องจากภาพรวมกำไรของกลุ่มแบงก์ในปีนี้คาดว่าจะค่อนข้างทรงตัว
ขณะที่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวลง ขณะที่กำไรจากเงินลงทุนปีนี้อาจชะลอตัวลง จากฐานสูงในปีที่แล้ว แต่ปีนี้ตลาดไม่ได้หวือหวาเท่าเดิม
อย่าไงรก็ตามมีปัจจัยที่จะช่วยชดเชยกำไร คือ การลดตั้งสำรองลง หากแบงก์สามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำ กำไรสุทธิอาจจะยังรักษาประคองไว้ได้ แนะนำ KTB เนื่องจากฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีแหล่งรายได้ชัดเจน ทำให้ความเสี่ยงในการตั้งสำรองหนี้เสียต่ำกว่าแบงก์ที่มีพอร์ตลูกค้ากลุ่มเสี่ยงสูง
@เก็งกำไรระยะสั้น
นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า กลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มแบงก์ระยะสั้น มองว่าหุ้นจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ออกข้าง โดยมีโอกาสปรับตัวขึ้นค่อนข้างจำกัด จากการเติบโตของกำไรที่คาดว่าจะไม่เติบโตเท่ากับปีที่แล้ว
รวมถึงธนาคารต่างๆ ได้ปรับเพิ่มอัตราการจ่ายปันผลไปค่อนข้างมากแล้ว ทำให้โอกาสที่จะมีปัจจัยบวกที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับตลาดในเรื่องนี้มีไม่มากนัก ซึ่งกลุ่มธนาคารจัดว่าเป็นหุ้นกลุ่ม Defensive มองว่าราคาไม่น่าจะปรับตัวลดลงแรง หรือการจะปรับขึ้นแรงทำได้ยาก โดยคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากปันผล (ดิวิเดนด์ ยิลด์) ที่ประมาณ 6-7%
@ลุ้นสินเชื่อโต
อย่างไรก็ดีปัจจัยที่ต้องติดตามต่อในปี 2569 คือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกกี่ครั้ง โดยทางกสิกรไทยคาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ และการลดดอกเบี้ยเริ่มจำกัดแล้ว รวมถึงติดตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ หลังการเลือกตั้ง อาจจะมีนโยบายหรือมาตรการใหม่ๆ ในการช่วยเหลือลูกหนี้ออกมาเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันปีนี้คาดว่าสินเชื่อมีแนวโน้มกลับมาเติบโตได้ โดยเฉพาะสินเชื่อจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ ส่วนกลุ่ม SME หลังจากที่แย่มาหลายปี ในปีนี้คาดว่าจะเริ่มประคองตัวได้ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการเข้ามาช่วยแบ่งรับความเสี่ยงกับธนาคารพาณิชย์ หุ้นแนะนำ KKP และ KTB เป็นหุ้นเด่น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
