เผย 'บิ๊กตู่' กำชับเร่งเยียวยาปชช. 'จุรินทร์' จับตาคนฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จัดรถขายของลดราคาให้ผู้ประสบภัย

เผย 'บิ๊กตู่' กำชับเร่งเยียวยาปชช.  'จุรินทร์' จับตาคนฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จัดรถขายของลดราคาให้ผู้ประสบภัย
มติชน
27 กันยายน 2564 ( 19:07 )
10
เผย 'บิ๊กตู่' กำชับเร่งเยียวยาปชช.  'จุรินทร์' จับตาคนฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จัดรถขายของลดราคาให้ผู้ประสบภัย

ข่าววันนี้ 27 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล” ถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่า พายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่ ที่เข้ามายังประเทศไทย ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ 34 จังหวัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วยใยประชาชนเป็นอย่างมากได้จัดสรรเวลาและตั้งใจที่จะเยี่ยมพื้นที่ต่างๆให้ได้มากที่สุด

 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ส่วนมาตรการเยียวยาหลังจากที่น้ำกับรลด พล.อ.ประยุทธ์ กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากสถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เข้าสำรวจพื้นที่เพื่อทำการยื่นเรื่อง ขอเงินเยียวยาให้กับประชาชน ซึ่งเกณฑ์ในการเยียวยาเป็นไปตามกฎของกระทรวงการคลัง ด้านพื้นผลการเกษตรพื้นที่เพาะปลูกที่มีพืชเสียหายก็จะได้รับการช่วยเหลือ ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ข้าวไร่ละ 1,340 บาท พืชไร่และพืชผักไร่ละ 1,980 บาท ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆไร่ละ 4,048 บาท ส่วนของประมงได้รับการเยียวยาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้บ้านเรือนที่เสียหายกรมบรรเทาสาธารณภัยจะเข้าสำรวจเพื่อที่จะสรุปข้อมูลและดำเนินการเสนอขอเงินเยียวยาให้กับทุกคนครบถ้วนสมบูรณ์ไม่ต้องกังวลเพราะนายกรัฐมนตรีกำชับให้เรื่องเหล่านี้ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

 

 

 

 

 

 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นอกจากเรื่องของการเยียวยารัฐบาลก็เฝ้าระวังจับตาเรื่องของการฉวยโอกาสจากผู้ประกอบการบางราย โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าติดตามสถานการณ์ในหลายพื้นที่เพราะเกรงว่าจะมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือค้ากำไรเกินควร ทั้งนี้กรมการค้าภายในได้เปิดสายด่วนให้ประชาชนโทรแจ้งได้ที่หมายเลข 1569 และยังจัดรถโมบายพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนไปยังพื้นที่ประสบภัยด้วย ซึ่งรถดังกล่าวก็จำหน่ายสินค้าราคาถูกที่จำเป็นต่อการบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่

 

 

 

 

 

 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ จากข้อมูลของกรมชลประทาน โดย 4 เขื่อนหลังอย่างเขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำร่วมกันทั้งสิ้น 11,376 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดเป็น 46 เปอร์เซ็นต์ ของความจุของเขื่อนแล้วยังสามารถรับน้ำได้อีก 13,495 ล้าน ลูกบาศก์เมตร โดยกรมชลประทานจะมีการตรวจสอบวัดปริมาณน้ำอยู่ทุกวันว่าเมื่อมีฝนตกมามากจะมีความจำเป็นต้องระบายออกเท่าใดเพื่อให้มีพื้นที่ในการเก็บกักน้ำในเขื่อนและในอ่าง ส่วนสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางอื่นๆ ทั่วประเทศ 447 แห่งนั้นมีปริมาณน้ำในอ่าง 48,313 ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็น 64 เปอร์เซ็นต์ ของความจุทั้งหมดสามารถรับน้ำได้อีก27,762 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง