Dirty 15 คือประเทศอะไรบ้างที่กำลังโดนทรัมป์ขึ้นภาษีครั้งใหญ๋?

วันนี้ (2 เมษายน) เป็นวันที่ทรัมป์ประกาศไว้ว่าจะเป็นวันปลดปล่อยอเมริกา จากการถูกประเทศอื่นเอาเปรียบ จากการทำการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ ซึ่งในวันนี้ ทรัมป์บอกว่าจะมีการประกาศการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศครั้งใหญ่ เพื่อไม่ให้อเมริกาต้องถูกเอาเปรียบอีกต่อไป ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามการค้าจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ จะทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
แม้ว่ารายละเอียดการขึ้นภาษีครั้งใหม่นี้จะยังไม่มีการเปิดเผยออกมา ว่าจะมีประเทศไหนที่โดนขึ้นภาษีบ้าง โดนขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ และมีสินค้าอะไรบ้าง ซึ่งทรัมป์บอกว่าจะประกาศในเวลา 16:00 น. ตามเวลาในสหรัฐฯ ซึ่งก็จะตรงกับประเทศไทยคือประมาณ ตีสามของวันพรุ่งนี้ แต่ว่าทางสหรัฐฯ ระบุมาก่อนหน้านี้ว่ามาตรการขึ้นภาษีครั้งใหม่นี้จะมุ่งเป้าไปที่ประเทศในกลุ่มที่เรียกว่า Dirty 15 ซึ่งหมายถึงกลุ่มประเทศ 15% ที่มีสัดส่วนการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่ง 15 ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่ามี 15 ประเทศ แต่หมายถึงกลุ่มประเทศ 15% ที่มีสัดส่วนการค้าเดินดุลกับสหรัฐฯ มากเกินไป ซึ่งอาจจะมีมากกว่าหรือน้อยกว่า 15 ประเทศก็ได้
อย่างไรก็ตาม ทางทำเนียบขาวยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า กลุ่มประเทศ Dirty 15 ที่ว่านี้มีประเทศอะไรบ้าง ตรงนี้ก็ทำให้หลาย ๆ ประเทศรู้สึกหวาดเสียวไปตาม ๆ กันว่าประเทศของตัวเองจะโดนด้วยหรือเปล่า แต่หากเราย้อนกลับไปดูตัวเลข ว่าปีที่ผ่านมาสหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับประเทศไหนมากที่สุด ก็น่าจะพอคาดเดาได้ว่าประเทศกลุ่มนี้แหละที่จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Dirty 15
ข้อมูลของผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า ประเทศที่มีดุลการค้าเดินสหรัฐฯ มากที่สุด อันดับที่ 1 ก็คือประเทศจีน ตามด้วยสหภาพยุโรป เม็กซิโก เวียดนาม ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แคนาดา อินเดีย ไทย สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และแอฟริกาใต้
ประเทศไทยก็ติดอันดับด้วย เนื่องจากสหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับไทยสูงเป็นอันดับที่ 10 ซึ่งหากไทยติดอยู่ในกลุ่ม Dirty 15 ที่ว่านี้ ก็จะถูกขึ้นภาษีเช่นกัน นอกจากประเทศที่กล่าวมาแล้ว ทางผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ ยังระบุรายชื่อประเทศที่อาจจะถูกขึ้นภาษีด้วย เช่น ออสเตรเลีย บราซิล รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย อังกฤษ ตุรกี ที่ถูกมองว่าเป็นประเทศที่ไม่จริงใจในเรื่องการทำการค้ากับสหรัฐฯ โดยทางผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่าตอนนี้ มีประมาณ 21 ประเทศที่ถูกจับตามองในเรื่องทำการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ
สำหรับการขึ้นภาษีที่ว่านี้จะขึ้นมากขนาดไหน ทรัมป์เคยบอกว่าจะเป็นการปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ให้เท่าเทียมกับที่ประเทศนั้นเก็บจากสินค้าของสหรัฐฯ นั่นก็คือหากประเทศไหนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐฯ 100% แต่ที่ผ่านมาสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากประเทศนั้นแค่ 50% ทางสหรัฐฯ ก็จะปรับภาษีขึ้นมาให้เป็น 100% เท่า ๆ กัน ซึ่งช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ละประเทศที่มีความเสี่ยงจะถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษี ก็มีการเจรจาต่อโทรศัพท์สายตรงไปคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อที่จะหาทางไม่ให้ประเทศของตัวเองต้องโดนขึ้นภาษี ซึ่งตามรายงานข่าวในสหรัฐฯ ก็ระบุว่าทรัมป์ได้มีการประชุมหารือเรื่องนี้กับทีมเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น ว่าจะขึ้นภาษีประเทศไหนบ้าง และจะขึ้นเท่าไรดี เพราะแน่นอนว่าการขึ้นภาษีกับหลาย ๆ ประเทศพร้อม ๆ กัน สหรัฐฯ ก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคชาวอเมริกัน ที่จะต้องจ่ายเงินค่าซื้อสินค้าที่แพงขึ้น แต่ทรัมป์ก็ยืนยันว่าการขึ้นภาษีนั้นเป็นวิธีที่จะปกป้องไม่ให้อเมริกาถูกเอาเปรียบ และหากประเทศไหนไม่อยากถูกขึ้นภาษี ก็ควรมาตั้งโรงงานในสหรัฐฯ
ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ก็มีทั้งประเทศที่พยายามจะเจรจาหาทางออกกับสหรัฐฯ แล้วก็มีประเทศที่ประกาศว่า หากถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษีก็จะขึ้นภาษีกลับเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ เช่นเดียวกัน ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่า การขึ้นภาษีครั้งนี้จะปลดปล่อยอเมริกาจากการถูกเอารัดเอาเปรียบได้จริง แบบที่ทรัมป์พูดหรือเปล่