โลกเดือด! "สหรัฐ-ญี่ปุ่น" ดันนิวเคลียร์แร่ยุทธศาสตร์

สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเปิดตัวแผนความร่วมมือด้านพลังงานครั้งสำคัญ โดย Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ และ Sanae Takaichi นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศโครงการลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ในหลายรัฐของสหรัฐ มูลค่าสูงสุดถึง 40,000 ล้านดอลลาร์
หัวใจของโครงการอยู่ที่การพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่น BWRX-300 โดยความร่วมมือระหว่าง GE Vernova และ Hitachi ซึ่งมีแผนตั้งโรงไฟฟ้าในรัฐเทนเนสซีและแอละแบมา เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังเตรียมอัดฉีดเงินลงทุนเพิ่มเติมอีกกว่า 33,000 ล้านดอลลาร์ ในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในรัฐเพนซิลเวเนียและเท็กซัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความร่วมมือการลงทุนทวิภาคีมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์
แผนดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูง โดยเฉพาะจากศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานมหาศาล โดยเทคโนโลยี SMR ถูกคาดหวังว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ที่ยืดหยุ่น สร้างได้เร็ว และรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ เนื่องจากเทคโนโลยี SMR ส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล และยังไม่มีการใช้งานจริงในโครงข่ายไฟฟ้าของสหรัฐ ทำให้ระยะเวลาการพัฒนาและการดำเนินโครงการยังมีความไม่แน่นอน
นอกจากพลังงาน ความร่วมมือครั้งนี้ยังขยายไปสู่ห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญและอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ โดยบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่ง เช่น IHI Corporation Japan Steel Works และ Tamagawa Seiki จะเข้ามามีบทบาทในการผลิตชิ้นส่วนและเครื่องจักร
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการด้านแร่หายากและลิเทียมในหลายรัฐของสหรัฐ รวมถึงความร่วมมือสำรวจทรัพยากรใต้ทะเลใกล้เกาะมินามิโทริชิมะของญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนการเร่งสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรในยุคการแข่งขันเทคโนโลยี
แม้กรอบการลงทุนขนาดมหาศาลนี้จะแสดงถึงความทะเยอทะยานของทั้งสองประเทศ แต่รายละเอียดการจัดสรรงบประมาณและการดำเนินงานยังไม่ชัดเจนทั้งหมด ทำให้โครงการนี้ยังต้องจับตาทั้งในมิติของโอกาสทางเศรษฐกิจและความซับซ้อนในการดำเนินการในระยะต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
