จับตาภารกิจประวัติศาสตร์ ส่ง “มนุษย์สู่ดวงจันทร์” ของนาซา แม้ยานยังถูกกังขาเรื่องความปลอดภัย

นาซากำลังเดินหน้าเตรียมส่งนักบินอวกาศ 4 คนโคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจ Artemis II ซึ่งอาจเริ่มได้เร็วที่สุดในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 แม้ยานอวกาศที่ใช้ในภารกิจนี้จะมี “จุดบกพร่องที่ทราบอยู่แล้ว” จนผู้เชี่ยวชาญบางส่วนออกมาเตือนว่าไม่ควรนำมนุษย์ขึ้นบินก็ตาม อย่างไรก็ตาม นาซายังคงยืนยันว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และลูกเรือจะกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย
ประเด็นที่ถูกจับตาคือ แผ่นกันความร้อน (heat shield) ใต้ยานอวกาศ Orion ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องนักบินอวกาศจากอุณหภูมิสูงกว่า 2,700 องศาเซลเซียส ระหว่างการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แผ่นกันความร้อนดังกล่าวใช้วัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้ในภารกิจ Artemis I แบบไร้มนุษย์เมื่อปี พ.ศ.2565 ซึ่งหลังภารกิจสิ้นสุด นาซาพบว่าแผ่นกันความร้อนเกิดการแตกหลุดเป็นหลุมในลักษณะที่ไม่คาดคิด
แม้การสอบสวนจะชี้ว่า หากมีนักบินอวกาศอยู่บนยานในครั้งนั้นก็จะยังปลอดภัย แต่นักวิจัยหลายรายยังมองว่าพฤติกรรมของแผ่นกันความร้อน “ไม่เป็นไปตามที่ออกแบบไว้” โดย ดร.แดนนี โอลิวาส อดีตนักบินอวกาศนาซา ระบุว่า แผ่นกันความร้อนของ Artemis II เป็น “แบบเบี่ยงเบนจากมาตรฐาน” แต่เชื่อว่านาซาเข้าใจปัญหาและรับมือได้
นาซาตัดสินใจ ไม่เปลี่ยนแผ่นกันความร้อน ของ Artemis II เนื่องจากยานถูกประกอบเสร็จก่อนจะพบปัญหาจาก Artemis I และไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้อีกแล้ว ทางออกคือการ ปรับเส้นทางกลับสู่โลก (reentry trajectory) ให้ลดระยะเวลาที่แผ่นกันความร้อนต้องเผชิญอุณหภูมิสูงสุด เพื่อลดความเสี่ยงที่วัสดุจะหลุดร่อน
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่เห็นด้วย โดย “ดร.ชาร์ลี คามาร์ดา” อดีตนักบินอวกาศและผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นกันความร้อน ซึ่งเคยอยู่ในทีมกระสวยอวกาศหลังโศกนาฏกรรมโคลัมเบียปี พ.ศ.2546 มองว่าการแก้ปัญหาด้วยการปรับเส้นทางบินเป็นเรื่อง “เสี่ยงเกินไป” และเตือนว่านาซากำลังเลื่อนปัญหาออกไปแทนที่จะแก้ที่ต้นเหตุ
ยาน Orion เป็นโครงการที่นาซาใช้เวลาพัฒนากว่า 20 ปี ด้วยงบประมาณรวมราว 20.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.3 แสนล้านบาท และเคยถูกวิจารณ์อย่างหนักทั้งเรื่องต้นทุนและความล่าช้า โดยในช่วงพัฒนา นาซาได้เปลี่ยนรูปแบบการผลิตแผ่นกันความร้อนจากโครงสร้างรังผึ้งแบบยุคอะพอลโล มาเป็นบล็อกขนาดใหญ่เพื่อให้ง่ายต่อการผลิต แต่การออกแบบใหม่นี้เพิ่งถูกทดสอบจริงครั้งแรกใน Artemis I และพบปัญหาทันที
นาซายอมรับว่า แผ่นกันความร้อนของ Artemis II อาจเกิดรอยแตกหลังภารกิจเสร็จสิ้น แต่เชื่อว่ายังมี “ชั้นโครงสร้างสำรอง” ที่ช่วยปกป้องลูกเรือได้ในกรณีเลวร้าย ขณะที่ผู้บริหารย้ำว่า ความปลอดภัยเป็น “ลำดับความสำคัญสูงสุด”
ในอีกด้านหนึ่ง นักวิจารณ์เตือนว่า หาก Artemis II ประสบความสำเร็จโดยไม่มีอุบัติเหตุ อาจทำให้นาซาเกิดความมั่นใจเกินจริง และละเลยบทเรียนจากอดีต โดยเฉพาะเมื่อประวัติศาสตร์ชี้ว่า กระสวยอวกาศของนาซาเคยประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก ก่อนเกิดโศกนาฏกรรมถึง2 ครั้ง
แม้ความเห็นจะแตกต่างกัน แต่ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านเห็นตรงกันในประเด็นเดียวกัน คือ ภารกิจ Artemis II เป็นการเดิมพันที่มีความเสี่ยงปานกลาง และเป็นบททดสอบสำคัญว่านาซาจะสามารถรักษาสมดุลระหว่าง “ความทะเยอทะยานในการสำรวจอวกาศ” กับ “ความปลอดภัยของมนุษย์” ได้มากเพียงใด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
