ไทยฉีดวัคซีนแล้วกว่า 14.2 ล้านโดส เข็มแรก 16.3 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ฉีดเร็วที่ 2 อาเซียน

ไทยฉีดวัคซีนแล้วกว่า 14.2 ล้านโดส เข็มแรก 16.3 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ฉีดเร็วที่ 2 อาเซียน
มติชน
18 กรกฎาคม 2564 ( 22:22 )
19
ไทยฉีดวัคซีนแล้วกว่า 14.2 ล้านโดส เข็มแรก 16.3 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ฉีดเร็วที่ 2 อาเซียน

อว.เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 18 กรกฎาคม ฉีดวัคซีนแล้ว 14,223,762 โดส และทั่วโลกแล้ว 3,604 ล้านโดส ใน 201 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 126.51 ล้านโดส โดยจังหวัดของไทยที่ฉีดมากที่สุดคือภูเก็ต โดยฉีดวัคซีนเข็มแรกกว่า 73.0%

 

 

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 3,604 ล้านโดส ใน 201 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 32.1 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

ขณะที่ สหรัฐอเมริกา มีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 337 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 161 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

 

 

ด้าน อาเซียน ขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 126.51 ล้านโดส โดย สิงคโปร์ ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (69.9% ของประชากร) ในขณะที่ อินโดนีเซีย ฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 57.94 ล้านโดส

 

 

สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 14,223,762 โดส โดยฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 50.7%

 

 

ในการฉีดวัคซีน จำนวน 3,604 ล้านโดสนี้ อว.ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

 

 

1.ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2564
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 14,223,762 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
– เข็มแรก 10,780,432 โดส (16.3% ของประชากร)
– เข็มสอง 2 3,443,330 โดส (5.2% ของประชากร)

 

 

2.จำนวนวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ.-18 ก.ค. 64 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 14,223,762 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 250,705 โดส/วัน ประกอบด้วย

วัคซีน Sinopharm
– เข็มที่ 1 412,076 โดส
– เข็มที่ 2 727 โดส

วัคซีน AstraZeneca
– เข็มที่ 1 6,180,413 โดส
– เข็มที่ 2 108,128 โดส

วัคซีน Sinovac
– เข็มที่ 1 4,187,943 โดส
– เข็มที่ 2 3,334,475 โดส

 

 

3.รายงานผู้มีอาการข้างเคียงภายหลังได้รับการฉีดวัคซีน
– 95.89% ไม่มีผลข้างเคียง
– 4.11% มีผลข้างเคียงไม่รุนแรง ประกอบด้วย
– ปวดกล้ามเนื้อ 0.99%
– ปวดศีรษะ 0.73%
– ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีด 0.53%
– เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง 0.48%
– ไข้ 0.32%
– คลื่นไส้ 0.22%
– ท้องเสีย 0.14%
– ผื่น 0.12%
– ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง 0.09%
– อาเจียน 0.06%
– อื่น ๆ 0.42%

 

 

4.การฉีดวัคซีนโควิด-19 แยกตามกลุ่มเป้าหมาย
– บุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข เข็มที่ 1 112% เข็มที่ 2 97.6%
– อสม. เข็มที่ 1 40.6% เข็มที่ 2 19.5%
– ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เข็มที่ 1 17.5% เข็มที่ 2 1.2%
– ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เข็มที่ 1 21.2% เข็มที่ 2 4.1%
– เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เข็มที่ 1 41.7% เข็มที่ 2 25.1%
– ประชาชนทั่วไป เข็มที่ 1 19.2% เข็มที่ 2 6.0%
รวม เข็มที่ 1 21.6% เข็มที่ 2 6.9%

 

 

 

 

5.จังหวัดที่ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 แบ่งเป็น 2 ชุดข้อมูล
กรุงเทพฯ และปริมณฑล เข็มที่ 1 35.1% เข็มที่ 2 9.5% ประกอบด้วย
– กรุงเทพฯ เข็มที่ 1 47.2% เข็มที่ 2 12.2%
– สมุทรสาคร เข็มที่ 1 24.7% เข็มที่ 2 13%
– นนทบุรี เข็มที่ 1 26.7% เข็มที่ 2 9.7%
– สมุทรปราการ เข็มที่ 1 26.1% เข็มที่ 2 4.9%
– ปทุมธานี เข็มที่ 1 17.9% เข็มที่ 2 4.3%
– นครปฐม เข็มที่ 1 11.3% เข็มที่ 2 2.4%

จังหวัดอื่นๆ 71 จังหวัด เข็มที่ 1 9.7% เข็มที่ 2 3.6%
– ภูเก็ต เข็มที่ 1 73.0% เข็มที่ 2 58.3%
– ระนอง เข็มที่ 1 32.6% เข็มที่ 2 9.1%
– สุราษฎร์ธานี เข็มที่ 1 17.6% เข็มที่ 2 7.2%
– เกาะสมุย เข็มที่ 1 28.0% เข็มที่ 2 7.9%
– เกาะเต่า เข็มที่ 1 17.5% เข็มที่ 2 5.1%
– เกาะพะงัน เข็มที่ 1 20% เข็มที่ 2 3.1%

 

 

6.ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 126,517,650 โดส ได้แก่
1.อินโดนีเซีย จำนวน 57,947,614 โดส (15.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
2.ไทย จำนวน 14,223,762 โดส (16.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
3.ฟิลิปปินส์ จำนวน 14,074,514 โดส (9.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna และ AstraZeneca
4.มาเลเซีย จำนวน 14,002,324 โดส (29.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
5.กัมพูชา จำนวน 9,577,592 โดส (34.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca และ Sinovac
6.สิงคโปร์ จำนวน 6,727,701 โดส (69.9%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac
7.เวียดนาม จำนวน 4,261,252 โดส (4.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
8.พม่า จำนวน 3,500,000 โดส (N/A* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
9.ลาว จำนวน 1,777,140 โดส (14.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V และ AstraZeneca
10.บรูไน จำนวน 125,751 โดส (24.2%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร/2 เหมือนกันทุกประเทศ

 

 

 

7.จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1.เอเชียและตะวันออกกลาง 64.1%
2.อเมริกาเหนือ 12.85%
3.ยุโรป 14.98%
4.ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 6.2%
5.แอฟริกา 1.55%
6.โอเชียเนีย 0.32%

 

 

 

 

 

8.ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 4 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1.จีน จำนวน 1,437.62 ล้านโดส (51.3% ของจำนวนการฉีดทั่วโลก)
2.อินเดีย จำนวน 404.47 ล้านโดส (14.8%)
3.สหรัฐอเมริกา จำนวน 337.24 ล้านโดส (52.7%)
4.บราซิล จำนวน 121.91 ล้านโดส (29.9%)

 

 

9.ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (76.0%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
2.มัลดีฟส์ (75.5% ของประชากร) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
3.บาห์เรน (71.6%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
4.อุรุกวัย (64.1%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
5.ชิลี (63.5%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
6.กาตาร์ (62.7%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
7.สหราชอาณาจักร (61.3%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford Moderna และ Pfizer/BioNTech)
8.อิสราเอล (60.6%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
9.แคนาดา (59.6%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford Moderna และ Pfizer/BioNTech)
10.มองโกเลีย (59.1%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และSputnik V)

 

 

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง