รีเซต

เผยสาเหตุจรวดเอกชน Hanbit-Nano ของเกาหลีใต้ระเบิดเมื่อปลายปีที่แล้ว เกิดจากชิ้นส่วนซีลผิดรูป

เผยสาเหตุจรวดเอกชน Hanbit-Nano ของเกาหลีใต้ระเบิดเมื่อปลายปีที่แล้ว เกิดจากชิ้นส่วนซีลผิดรูป
TNN ช่อง16
21 มีนาคม 2569 ( 15:56 )
10

บริษัท Innospace บริษัทสตาร์ตอัปด้านอวกาศของเกาหลีใต้ ได้ออกมาเปิดเผยผลการสืบสวนสาเหตุความล้มเหลวของภารกิจการปล่อยจรวดสู่วงโคจรครั้งแรก หลังจากจรวด Hanbit-Nano ได้ระเบิดขึ้นหลังออกจากฐานปล่อย Alcantara Space Center ในประเทศบราซิลไปได้ไม่ถึง 1 นาทีเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา 

บริษัทได้ข้อสรุปจากทีมสืบสวน พร้อมนำบทเรียนที่ได้มาปรับปรุงและตั้งเป้ากลับมาปล่อยจรวดครั้งต่อไปในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2026

บริษัท Innospace ได้เผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับความล้มเหลวในการปล่อยจรวดดังกล่าว
ซึ่งเป็นผลจากการสืบสวนร่วมกับ CENIPA หรือ หน่วยงานสืบสวนอุบัติเหตุการบินและอวกาศของกองทัพอากาศบราซิล

ผลการตรวจสอบพบว่า สาเหตุหลักเกิดจากมีแก๊สรั่วบริเวณส่วนหน้าของห้องเผาไหม้จรวดท่อนแรก (First-stage hybrid rocket) จนทำให้เกิดการปริแตกและนำไปสู่ความล้มเหลวของภารกิจในที่สุด

การรั่วไหลของแก๊สดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการบีบอัดที่ไม่เพียงพอและประสิทธิภาพการปิดผนึก (ซีล) ที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสียรูปทรงของชิ้นส่วนซีล โดยปัญหานี้เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการประกอบชิ้นส่วนกลับเข้าไปใหม่ หลังจากมีการเปลี่ยนปลั๊กห้องเผาไหม้ส่วนหน้า (Forward chamber plug) ในขั้นตอนการเตรียมการปล่อยจรวดที่ประเทศบราซิล

ความสูญเสียและข้อมูลของจรวด Hanbit-Nano ในเที่ยวบินประวัติศาสตร์ที่ล้มเหลวนี้ จรวด Hanbit-Nano ได้สูญเสียสัมภาระที่บรรทุกไปทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยเพย์โหลดจากลูกค้าในบราซิลและอินเดียจำนวน 5 ชิ้น และเพย์โหลดสำหรับการสาธิตเทคโนโลยีอีก 3 ชิ้น
สำหรับข้อมูลของยานพาหนะนำส่งนั้น Hanbit-Nano เป็นจรวดแบบ 2 ท่อน มีความสูง 57 ฟุต หรือ 17.3 เมตร

จรวดรุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงผสมระหว่างออกซิเจนเหลว (LOX) และพาราฟินซึ่งเป็นเชื้อเพลิงแข็ง ส่วนท่อนบน (Upper stage) ของจรวดถูกออกแบบมาให้บินได้สองรูปแบบ คือ แบบที่ใช้เชื้อเพลิง LOX ผสมพาราฟิน และแบบที่ใช้ LOX ผสมมีเทนเหลว

จรวดรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้นำส่งสัมภาระน้ำหนักเกือบ 200 ปอนด์ หรือ 90 กิโลกรัม ขึ้นสู่วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun-synchronous orbit) จากฐานปล่อยในบราซิล

นายซูจง คิม (Soojong Kim) ซีอีโอของบริษัท Innospace ระบุว่า "ทางบริษัทกำลังนำบทเรียนนี้มาดำเนินการปรับปรุงการออกแบบชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบให้รัดกุมยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความล้มเหลวซ้ำรอยในการปล่อยจรวดครั้งหน้า"

บริษัทมีแผนที่จะเดินหน้าภารกิจครั้งต่อไป โดยตั้งเป้าหมายไว้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 ณ ฐานปล่อยในบราซิลเช่นเดิม ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวจะต้องรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากองค์การบริหารอวกาศเกาหลี (Korea Aerospace Administration หรือ KASA) เสียก่อน

บริษัท Innospace ถือเป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปดาวรุ่งระดับนานาชาติที่มุ่งเป้าจะเข้ามาแข่งขันในตลาดการนำส่งดาวเทียมขนาดเล็ก ซึ่งความน่าเชื่อถือและระยะเวลาในการเตรียมการถือเป็นปัจจัยสำคัญ การกลับมาบินได้สำเร็จในปี 2026 จึงถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าบริษัทสามารถฟื้นตัวจากอุปสรรคในช่วงเริ่มต้น และก้าวไปสู่การเป็นผู้ให้บริการปล่อยจรวดสู่วงโคจรได้อย่างสม่ำเสมอในอนาคต 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง