รีเซต

HARN ชิงเมกะเทรนด์ ล็อกเป้าโปรเจ็กต์ยักษ์

HARN ชิงเมกะเทรนด์ ล็อกเป้าโปรเจ็กต์ยักษ์
ทันหุ้น
4 สิงหาคม 2569 ( 02:00 )

นายวิรัฐ สุขชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ HARN เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทเล็งเห็นโอกาสจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการก่อสร้าง Data Center ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ความต้องการงานระบบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจึงเดินหน้ารุกตลาดทั้งในส่วนของการจำหน่ายระบบดับเพลิง ระบบปรับอากาศ ระบบทำความเย็น รวมถึงการรับงานแบบ Turnkey เพื่อเพิ่มมูลค่างานและตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการผู้ให้บริการแบบครบวงจร

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรและผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เพื่อนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเสริมพอร์ต รองรับความต้องการของโครงการ Data Center โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเข้ารับงานขนาดใหญ่ได้มากขึ้น

บริษัทมองว่าอุตสาหกรรม Data Center ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า จากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI, Cloud Computing และการจัดเก็บข้อมูล ส่งผลให้ความต้องการระบบที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูง ทั้งระบบดับเพลิง ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และระบบควบคุมต่างๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของบริษัทในการขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้ระยะยาว

ด้านธุรกิจ 3D Printing ดำเนินภายใต้บริษัทย่อย บริษัท โมลลิซ่า จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการแพทย์โดยเฉพาะ โดยปัจจุบันให้บริการผลิตโมเดลอวัยวะ ชิ้นส่วนกระดูก และโมเดลหัวใจด้วยเทคโนโลยี 3D Printing เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาก่อนการผ่าตัด ช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับทีมแพทย์

ล่าสุด บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ “นิ้วยางเทียม” ซึ่งใช้วัสดุลิขสิทธิ์เฉพาะ ให้สัมผัส สีผิว และรูปลักษณ์ใกล้เคียงนิ้วจริง โดยได้รับความสนใจจากโรงพยาบาลรัฐชั้นนำหลายแห่ง และมีความร่วมมือในรูปแบบการจ้างผลิตแล้ว พร้อมทั้งมีแผนต่อยอดไปสู่อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ประเภทอื่น เช่น หน้ากากเฉพาะบุคคล เพื่อขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตมากกว่า 15% แม้ว่ารายได้ในช่วงครึ่งปีแรกอาจยังเติบโตไม่เต็มเป้าหมาย แต่เชื่อว่าผลงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 จะเร่งตัวขึ้นตามการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ

นายวิรัฐ กล่าวต่อว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในหลายกลุ่มสินค้า รวมถึงค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพ ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนการนำเข้าสินค้าได้ดี และสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง