รีเซต

PEACEศึกษาร่วมทุนต่อยอด ลุยปั้นโครงการใหม่900ล้าน

PEACEศึกษาร่วมทุนต่อยอด ลุยปั้นโครงการใหม่900ล้าน
ทันหุ้น
29 พฤษภาคม 2569 ( 08:00 )
16

#PEACE #ทันหุ้น - PEACE ศึกษาโอกาสร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินต่อยอดธุรกิจในอนาคต พร้อมทุ่มงบลงทุน 500 ล้านบาท ซื้อที่ดินใหม่ ตั้งเป้าดันรายได้แตะ 1.5 พันล้านบาท โครงการเรียงคิวบุ๊กอื้อ เดินหน้าเปิดโครงการแนวราบใหม่ 900 ล้านบาท ย้ำฐานะการเงินแกร่ง D/E ต่ำ 0.70 เท่า 

นายโดม  ศิริโสภณา  กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PEACE บริษัทผู้พัฒนา อสังหาริมทรัพย์แนวราบชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี  2569 อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท เนื่องจากธุรกิจมียอดขายที่รอโอน (Backlog) ที่รอส่งมอบเป็นจำนวนมาก ประกอบกับยังจะมียอดขายและโอนจากโครงการที่เปิดใหม่ในปี 2569 เข้ามาเสริม

* เล็งปั้นโครงการใหม่

ปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่ประมาณ  300 ล้านบาท จากโครงการต่างๆ เช่น โครงการเฌอรีน พหล-วัชรพล, โครงการคอร์ดิช พัฒนาการ-อ่อนนุช  โดยน่าจะสามารถรับรู้รายได้ราว 3-4 เดือนนับจากนี้ อีกทั้งยังมีที่อยู่อาศัยพร้อมโอน (สต๊อก) อีกหลายร้อยล้านบาท รวมทั้งมีแนวทางพัฒนาโครงการใหม่ต่อเนื่อง เพื่อเสริมรายรับในอนาคต

โดยปีนี้ทาง PEACE มีแผนเปิดโครงการใหม่ 1 โครงการ ภายใต้ชื่อ  “อินเนอร์ พีช สาทร-กัลปพฤกษ์“ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นในรูปแบบพรีเมียมทาวน์โฮม และบ้านแฝด 3 ชั้น จำนวน 109 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าโครงการรวม 800-900 ล้านบาท หวังสร้างยอดขายเพิ่มเติม คาดชัดเจนช่วงไตรมาส 4/2569 ตลอดจนยังกลายเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนภาพรวมให้เป็นไปตามที่วางไว้

นอกจากนี้ ทาง PEACE ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการขยายโอกาสทางธุรกิจในรูปแบบร่วมทุนกับเจ้าของที่ดิน (Landlord) ซึ่งแนวคิดนี้บริษัทได้ศึกษามาตลอด เพื่อเป็นโอกาสในการต่อยอดและน่าจะเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนและสร้างการเติบโตในอนาคตต่อไป

ส่วนงบลงทุนปี 2569 ทางบริษัทวางงบลงทุนไว้ประมาณ 500 ล้านบาท รองรับการจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับในการพัฒนาโครงการใหม่ที่มีคุณภาพและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

*ตอกย้ำฐานะการเงินแกร่ง

ขณะที่แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ผลมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของเหล็กนั้นบริษัทได้มีการเจรจากับทางซัพพลายเออร์เพื่อขอล็อกราคาไว้ล่วงหน้าแล้วจนถึงสิ้นปี 2569 ส่วนราคาปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้นคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นโดยภาพรวมแล้วบริษัทคงจะมีความจำเป็นต้องปรับราคาขายในบางโครงการเพิ่มเติม เพื่อสะท้อนต้นทุนในส่วนดังกล่าว

นายโดม กล่าวว่า ในแง่ฐานะทางการเงินของบริษัทยังถือว่าแข็งแกร่ง โดยปัจจุบัน PEACE มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ราว 0.70 เท่า และมีกระแสเงินสำรองไว้อีกพอสมควร รองรับความเสี่ยงในอนาคตได้เป็นอย่างดี ดังนั้นนักลงทุนและผู้ซื้อโครงการต่างๆ จึงมั่นใจได้ว่าการพัฒนาโครงการของบริษัทและสภาพคล่องจะไม่มีปัญหาดังเช่นดีเวลล็อปเปอร์ที่มีกระแสข่าวเกิดขึ้นในปัจจุบันแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันในช่วงวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 บริษัทเตรียม Grand Opening จำนวน 2 โครงการ คือโครงการเฌอรีน พหล-วัชรพล (CHERENE Phahol-Watcharapol) และโครงการคอร์ดิช พัฒนาการ-อ่อนนุช (CORDIZ Pattanakarn-OnNut) รวมมูลค่ากว่า 3.45 พันล้านบาท (ทั้ง 2 โครงการนี้ได้การเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการไปแล้วในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา) เพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มเติมด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง