ไวรัสนิปาห์ อันตราย! เด็กติดเชื้ออาการแรงกว่าผู้ใหญ่ เสี่ยงพัฒนาการล่าช้า

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอ (RNA virus) อยู่ในตระกูล Paramyxovirus โดยมีค้างคาวกินผลไม้ เป็นแหล่งรวมเชื้อโรค และอาจพบในค้างคาวสายพันธุ์อื่นด้วย ทั้งนี้ สุกรหรือหมู อาจเป็นตัวกลางที่ช่วยขยายจำนวนเชื้อก่อนแพร่มาสู่คน จากประวัติการระบาดนั้น พบครั้งแรกในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรหรือหมูในประเทศมาเลเซีย ช่วงปี พ.ศ. 2541-2542 มีผู้ป่วยโรคสมองอักเสบ 265 ราย และเสียชีวิต 105 ราย
ต่อมาพบการระบาดในสิงคโปร์ บังกลาเทศ และอินเดีย โดยในระยะหลังพบอาการทาง ระบบทางเดินหายใจ มากขึ้นควบคู่กับอาการทางสมอง ความรุนแรงของโรค โรคนี้มีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต โดยมีอัตราป่วยตาย อยู่ที่ 40% ถึง 75% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และศักยภาพทางการแพทย์ในพื้นที่ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการสำหรับการป้องกันหรือรักษา
นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวต่อว่า การแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนนั้น เกิดจากการสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อโดยตรง เช่น ค้างคาว สุกรหรือหมู สัมผัสสารคัดหลั่งและสิ่งขับถ่าย หรือผลไม้ที่ปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาว การแพร่เชื้อจากคนสู่คน การเฝ้าระวัง เนื่องจากอาการเบื้องต้นไม่จำเพาะเจาะจง แพทย์จะให้ความสำคัญกับประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง และผู้ที่มีอาการสมองอักเสบหรือ ภาวะหายใจลำบาก
โดยเฉพาะเด็กเล็กเป็นกลุ่มที่เปราะบางและต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากอาการอาจสังเกตได้ยากกว่าผู้ใหญ่ และผลกระทบของโรคมีความรุนแรงสูง อาการที่ต้องสงสัย สมองอักเสบเฉียบพลัน เริ่มจากไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน เจ็บคอ เวียนศีรษะ ง่วงซึม ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง ชัก และหมดสติ ปอดอักเสบผิดปกติ และภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน สมองอักเสบซ้ำได้ การแจ้งเหตุ โรคนี้จัดเป็นโรคที่ต้องแจ้งความตามกฎหมาย หากพบผู้ป่วยสงสัยต้องรายงานต่อหน่วยงานสาธารณสุขทันที
แพทย์หญิงศิโรรัตน์ สุวรรณโชติ กุมารแพทย์ประสาทวิทยา หัวหน้าหน่วยประสาทวิทยา สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า การวินิจฉัยและการดูแลรักษา ใช้วิธีการตรวจสารพันธุกรรมด้วยวิธี PCR จากตัวอย่างเลือดหรือสารคัดหลั่ง โดยต้องส่งตรวจในห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง การดูแลรักษา รักษาตามอาการและประคับประคอง เนื่องจากอาการเริ่มแรกคล้ายกับโรคอื่นๆ
ในกรณีที่หายจากโรคหรือรอดชีวิต ผู้ป่วยประมาณ 20% อาจมีอาการสมองอักเสบกลับมาเป็นซ้ำได้อีกแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี เนื่องจากยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะ ปัจจุบันมีการใช้ยา Ribavirin และ Remdesivir มาใช้ โดยกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ผู้ที่เดินทางไปประเทศอินเดีย หรือมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง ความเสี่ยงและผลกระทบต่อสมองเด็ก เนื่องจากไวรัส Nipah Virus: NiV ส่งผลต่อระบบประสาทและก่อให้เกิดภาวะสมองอักเสบรุนแรงในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงพัฒนาการเจริญเติบโต และส่งผลกระทบยาวนานกว่าผู้ใหญ่ เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปัญหาด้านพัฒนาการล่าช้า ภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ โรคลมชักในอนาคต
แนะผู้ปกครองสังเกตอาการ ไข้สูงให้ทานยาลดไข้หรือเช็ดตัว ซึมลง ไม่เล่น หลับมากกว่าปกติ เบื่ออาหาร อาเจียนบ่อย มีอาการเกร็ง กระตุก หรือชัก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล การป้องกันสำหรับเด็ก หลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กเข้าไปในพื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ชุกชุม ไม่รับประทานผลไม้ที่ตกอยู่ตามพื้น หรือผลไม้ที่มีรอยสัตว์กัดแทะโดยเด็ดขาด ล้างผลไม้ให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนทานเสมอ สอนเด็กให้ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ไม่เสี่ยง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
