รีเซต

ศธ. ยกระดับเฝ้าระวัง เตรียมออกแนวทางป้องกัน 'ไวรัสนิปาห์' ในสถานศึกษา

ศธ. ยกระดับเฝ้าระวัง เตรียมออกแนวทางป้องกัน 'ไวรัสนิปาห์' ในสถานศึกษา
TNN ช่อง16
28 มกราคม 2569 ( 14:32 )
15

วันนี้ ( 28 ม.ค. 69 )ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ถึงสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ที่กำลังร ะบาดในรัฐเบงกอลตะวันตกของประเทศอินเดีย โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกกระทรวงบูรณาการการเฝ้าระวังอย่างรอบด้าน

แม้รายงานจากอธิบดีกรมควบคุมโรคจะยืนยันว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยมาก่อน แต่เนื่องจากเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ที่มีความรุนแรงสูง อัตราการเสียชีวิตสูง และยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาโดยเฉพาะ ทางกระทรวงศึกษาธิการจึงเตรียมออกแนวทางปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร

ทำความรู้จัก "ไวรัสนิปาห์" โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน

ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2541 โดยมีลักษณะเด่นที่ประชาชนควรทราบดังนี้:

  • สัตว์รังโรคและพาหะ: สัตว์ตระกูลค้างคาวกินผลไม้ สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ
  • การแพร่เชื้อ: 1. สัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสารคัดหลั่งของสัตว์ 2. การรับประทานผลไม้หรือน้ำผลไม้ (เช่น น้ำช่อดอกมะพร้าว/ตาล) ที่ปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาว 3. การติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย
  • ระยะฟักตัว: โดยปกติ 4-14 วัน หรืออาจนานถึง 45 วัน

อาการที่ต้องเฝ้าระวัง

หากมีประวัติสัมผัสสัตว์เสี่ยงหรือเดินทางมาจากพื้นที่ระบาด และมีอาการดังต่อไปนี้ควรพบแพทย์ทันที:

  • ไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน
  • มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เหนื่อยหอบ
  • ในรายที่รุนแรงอาจมีอาการสมองอักเสบ ซึม หรือชัก

แนวทางป้องกันเบื้องต้นสำหรับนักเรียนและประชาชน

ศ.ดร.นฤมล ได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นเพื่อสุขอนามัยที่ดีในสถานศึกษา ดังนี้:

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์: โดยเฉพาะค้างคาว สุกร หรือสัตว์ที่ดูป่วย
  2. ล้างผลไม้ให้สะอาด: ต้องล้างผ่านน้ำไหลให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง
  3. กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ: รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ
  4. สังเกตอาการ: หากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่แต่มีความรุนแรงผิดปกติ ให้รีบแจ้งครูหรือพบแพทย์

"กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะดำเนินการตามมาตรฐานสาธารณสุขสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน" ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้าย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง