รีเซต

ทำความรู้จัก "ค้างคาวฮิปโปไซเดอรอส โรทาลิส" พบครั้งแรกในป่าหินสามวาฬ จ.บึงกาฬ

ทำความรู้จัก "ค้างคาวฮิปโปไซเดอรอส โรทาลิส" พบครั้งแรกในป่าหินสามวาฬ จ.บึงกาฬ
TNN ช่อง16
27 กรกฎาคม 2569 ( 10:45 )
9

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยถึงข่าวดีเกี่ยวกับการค้นพบ "ค้างคาวฮิปโปไซเดอรอส โรทาลิส" (Hipposideros rotalis) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Laotian Leaf-nosed Bat เป็นครั้งแรกในประเทศไทย 

การค้นพบนี้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ป่านันทนาการหินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ 

นายสุชาติระบุว่า ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ว่าการค้นพบดังกล่าวเป็นผลงานของสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ ภายใต้โครงการศึกษาความหลากหลายของสัตว์ป่ามีกระดูกสันหลังในพื้นที่ป่านันทนาการหินสามวาฬ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) 

คณะนักวิจัยได้เริ่มสำรวจพื้นที่ตั้งแต่ต้นปี 2568 และพบค้างคาวชนิดนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ทั้งที่เดิมมีรายงานการกระจายพันธุ์เฉพาะในประเทศลาว 

การค้นพบครั้งนี้สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ป่านันทนาการหินสามวาฬ และเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณค่าต่อการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ 

แม้ค้างคาวชนิดนี้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ แต่ถือเป็นการยืนยันว่าผืนป่าของไทยยังคงมีศักยภาพในการค้นพบชนิดพันธุ์ที่สำคัญทางวิชาการได้อีกในอนาคต 

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการสำรวจและอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชพรรณชนิดใหม่ เพราะเป็นเครื่องสะท้อนถึงความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ 

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ . กรมป่าไม้จะเดินหน้าดูแลผืนป่า ควบคู่กับการสนับสนุนงานวิจัย เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ให้คนรุ่นต่อไป

โดยจะยกระดับการดูแลพื้นที่ป่านันทนาการหินสามวาฬอย่างเข้มงวด พร้อมสนับสนุนการศึกษาวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และเสริมประสิทธิภาพการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศต่อไป 

เบื้องหลังการค้นพบ

ที่มา: ส่วนวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้

ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2568 ทีมนักวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจสัตว์ป่าในพื้นที่ป่านันทนาการหินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ เป็นพื้นที่ธรรมชาติสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ และความหลากหลายทางชีวภาพที่ที่โดดเด่น ทีมนักวิจัยสำรวจพบค้างคาวที่มีลักษณะแตกต่างและน่าสนใจ

หลังจากตรวจสอบลักษณะและข้อมูลทางวิชาการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ จึงสามารถระบุชนิดได้ว่าเป็น ค้างคาว Laotian Leaf-nosed Bat หรือ Hipposideros rotalis และที่สำคัญกว่านั้น นี่คือรายงานการพบชนิดพันธุ์ครั้งแรกของประเทศไทย (New Record of Thailand) 

การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้านี้ H. rotalis มีรายงานพบการกระจายพันธุ์เฉพาะถิ่นในประเทศลาว มีพื้นที่การกระจายพันธุ์ครอบคลุมมากกว่า 20,000 ตารางกิโลเมตร ถึงแม้ยังมีข้อมูลค้างคาวชนิดนี้ไม่มากนัก แต่มีการประเมินว่าอาจมีจำนวนประชากรในระดับค่อนข้างมาก  การพบในประเทศไทยจึงช่วยขยายองค์ความรู้เกี่ยวกับขอบเขตการกระจายพันธุ์ของ H. rotalis และสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของระบบนิเวศและผืนป่าข้ามพรมแดน 

ลักษณะทั่วไปของ H. rotalis มีขนาดค่อนข้างเล็ก น้ำหนักประมาณ 11 กรัม มีความยาวท่อนแขนประมาณ 45 - 49 มิลลิเมตร จุดเด่นที่ใช้ในการจำแนกชนิดคือ ใบหูกว้าง และโครงสร้าง ใบจมูก (noseleaf) ที่มีลักษณะเฉพาะ โดยใบจมูกด้านหน้ากว้าง ขอบด้านหน้าโค้งมน และมีแผ่นใบจมูกด้านข้างเพียง 1 แผ่น ส่วนใบจมูกด้านหลังมีผนังกั้นแนวตั้ง 3 แนว แบ่งออกเป็น 4 ช่องอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขนบริเวณลำตัวด้านหลังมีสีน้ำตาล ขณะที่ด้านท้องมีสีอ่อนกว่า โดยเส้นขนมีลักษณะไล่สีจากโคนสีขาว ช่วงกลางสีน้ำตาล และปลายสีอ่อน
จากข้อมูลที่มีรายงาน ค้างคาวชนิดนี้สามารถพบได้ในพื้นที่ป่าธรรมชาติ รวมถึงมีรายงานการใช้ถ้ำหินปูนเป็นแหล่งพักอาศัย

ค้างคาวชนิดนี้กินแมลงเป็นอาหารหลัก และมีรายงานว่ามักพักอาศัยรวมกันเป็นกลุ่มขนาดเล็ก ส่วนเสียงร้องที่ใช้ในการระบุตำแหน่งมีความถี่ในช่วง F segment ประมาณ 69 - 71 กิโลเฮิรตซ์ (kHz)
สำหรับข้อมูลด้านการสืบพันธุ์และชีววิทยาด้านอื่น ๆ นั้น ปัจจุบันยังมีข้อมูลค่อนข้างจำกัด

ปัจจุบัน Hipposideros rotalis ได้รับการจัดสถานภาพการอนุรักษ์ในระดับ สิ่งที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ (Least Concern: LC) ตามการประเมินของ IUCN Red List โดยมีการประเมินว่าชนิดพันธุ์นี้มีประชากรค่อนข้างมากและมีพื้นที่การกระจายพันธุ์กว้าง

การค้นพบครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของผืนป่าและความสำคัญของการสำรวจและศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งยังคงมีโอกาสค้นพบสิ่งมีชีวิตและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง