โฟลว์หวนซื้อระยะสั้น PTT-TOP- PTTGCเด่น

#ฟันด์โฟลว์ #ทันหุ้น - นักลงทุนต่างชาติ หวนซื้อหุ้นไทย 4 วันติด รวม 9.4 หมื่นล้านบาท ด้านนักวิเคราะห์ มองเป็นแค่เทรดดิ้งระยะสั้น หุ้นที่ยัง Laggard -จ่ายปันผลสูง โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร, สื่อสาร, กลุ่มพลังงาน ชู “PTT-TOP- PTTGC” เป้าเงินไหลเข้า ซึ่งยังรอความชัดเจนของผลการเลือกตั้ง แต่ระยะยาวคาดหวังฟันด์โฟลว์ยาก เหตุขาดเสน่ห์ในการดึงดูด
นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทย 4 วันทำการติดต่อกัน (14-16 ม.ค.2569) รวมมูลค่า 9,433.26 ล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปีนี้นักลงทุนซื้อสุทธิ 3,834.82 ล้านบาท
นายภูวดล ภูสอดเงิน นักกลยุทธ์ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติมองตลาดหุ้นไทยเป็นเพียง "ตลาดสำหรับเทรดดิ้ง" มากกว่าการลงทุนระยะยาว เพื่อหวังผลตอบแทนเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
@หวังเข้าทั้งปียาก
โดยเม็ดเงินฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้ามาในช่วงนี้มีลักษณะเป็นการหมุนกลุ่มเทรด โดยจะเน้นไปที่หุ้นกลุ่มขนาดใหญ่เป็นหลัก โดยกลุ่มแรกเริ่มจากกลุ่มธนาคาร, สื่อสาร, กลุ่มพลังงาน และเริ่มเห็นเม็ดเงินไหลเข้าสู่กลุ่มโรงไฟฟ้า และโรงพยาบาล
ซึ่งกำไรของตลาดหุ้นไทยถือว่าไม่ได้แย่ และราคาหุ้นลดลงไปอยู่ในระดับที่ถูกมากเมื่อเทียบกับตลาดอื่น
ดังนั้นนักลงทุนต่างชาติจึงพยายามมองหาตลาดที่ยัง Laggard หรือราคายังไม่แพง ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกนั้น โดยเฉพาะหุ้นที่มี P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า และมีอัตราการจ่ายปันผลสูง แต่ยังคาดหวังความต่อเนื่องของฟันด์โฟลว์ตลอดทั้งปีได้ยาก จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องนโยบายเศรษฐกิจหรือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
@พลังงานเป้าเงินเข้า
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ Fund Flow ต่างชาติไหลเข้า โดยกลุ่มธนาคารตลาดเก็งกำไรเรื่องงบและปันผลมาตั้งแต่เดือนธันวาคมแล้ว ซึ่งจะประกาศปันผลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และจะถือเป็นเฟสสุดท้ายของการปรับตัวขึ้น จึงแนะนำทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูง เนื่องจากมองว่าไตรมาส 1 จะไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ มากระตุ้นต่อ ถ้าหากพิจารณาตามการหมุนของเงินทุนกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ยังเป็นกลุ่มหลักที่เงินไหลเข้า แนะนำ PTT, TOP, PTTGC
ทั้งนี้โอกาสการเทขายในตลาดหุ้นไทย ถ้าหากสถานการณ์ตลาดโลกเปลี่ยนแปลง หรือตลาดอื่นให้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูดมากกว่าต่างชาติอาจโยกเงินออกได้ ประเทศไทยอาจเสียเปรียบในแง่เสน่ห์ของตลาด เนื่องจากขาดหุ้นกลุ่มนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น หากยังไม่มีปัจจัยลบใหม่ๆ เข้ามา ต่างชาติอาจจะยังไม่ถอนเงินออกจำนวนมากในทันที แต่จะใช้วิธี "หมุนกลุ่มเล่น" อยู่ภายในตลาดหุ้นไทยต่อไปเพื่อหาผลตอบแทน
@หาหุ้น Laggard
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า ในปีนี้เริ่มเห็นเม็ดเงินไหลเข้ามาบ้าง เนื่องจากตลาดหุ้นไทยยังเป็นตลาดที่ Underperform หรือให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดอื่น โดยในโซนอาเซียนที่ปรับตัวขึ้นไปหมดแล้ว แม้แต่ฟิลิปปินส์ที่เคยปรับตัวลดลงมากในปีที่ผ่านมา ในปีนี้กลับมาปรับตัวขึ้นแรงและมี Fund Flow ไหลเข้าจำนวนมาก
โดยลักษณะของ Fund Flow ที่เข้ามาในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้เป็นการเข้ามาในลักษณะ Laggard Play หรือการไล่ซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคายังไม่ปรับตัวขึ้น อีกทั้งไทยมีปัจจัยเฉพาะตัว เนื่องจากนักลงทุนยังรอความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง จากความไม่แน่นอนว่าจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายเหมือนรอบที่ผ่านมาหรือไม่
@หวังปันผล
อย่างไรก็ดีคาดการณ์ว่าภาพของ Fund Flow จะเห็นการไหลเข้าในช่วงเดือนมกราคมจนถึงกุมภาพันธ์ เพราะมีปัจจัยเรื่องการเลือกตั้งและเทศกาลจ่ายเงินปันผลคอยสนับสนุน แต่หลังจากผ่านเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้วยังตอบยากว่า Fund Flow จะยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องไหม เพราะต้องรอดูความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่ ในการสร้างความน่าสนใจให้กับตลาดทุน
ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมากลุ่มที่ทำผลงานได้ดีอย่างชัดเจน คือ กลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงาน และกลุ่มสื่อสาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่จ่ายปันผลดีและเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งจากผลสำรวจของ FETCO พบว่ากลุ่มท่องเที่ยว เป็นอีกหนึ่งเซ็กเตอร์ที่คาดว่าจะช่วยรองรับเม็ดเงินจากต่างชาติได้เพิ่มเติม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
