รุมฟ้อง กกต. กรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ใครฟ้องบ้าง และข้อกฎหมายว่าอย่างไร ?

ผ่านการเลือกตั้งมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว แต่ประเด็นความไม่วางใจ กกต.ในเรื่องของความโปร่งใส ไปถึงการพบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่สามารถแทร็กไปได้ว่า ใครเลือกพรรคอะไร ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ ยังคงถูกตรวจสอบ และล่าสุดมีประชาชน และพรรคการเมืองเอง ที่ประกาศจะฟ้องร้อง กกต.หลายกลุ่มแล้ว
ใครฟ้องบ้าง ข้อกฎหมายว่าอย่างไร และมีโอกาสไหมที่การเลือกตั้งจะกลายเป็นโมฆะ ?
กลุ่มการเมือง และภาคประชาชนประกาศฟ้องร้อง กกต. จากกรณีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยมีกรณีที่ยื่นฟ้องแล้วได้แก่ นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย หรือ "ทนายชา"ที่ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองกลางผ่านระบบ e-filing ซึ่งศาลได้มีการรับเรื่องไว้เป็นคดีดำที่ 304/2569 โดยคำฟ้องของทนายชามีข้อเรียกร้องสำคัญคือ ขอให้ศาลสั่งจัดการเลือกตั้งใหม่โดยใช้บัตรเลือกตั้งที่ไม่มีระบบติดตามย้อนกลับ (track) ได้ และขอให้มีคำสั่งเผาทำลายบัตรเลือกตั้งเดิมที่ลงคะแนนไปแล้วทั้งหมดเพื่อป้องกันการสืบย้อนกลับว่าใครเลือกพรรคใด
ทนายชายังได้ยื่นคำขอให้ศาลพิจารณาคดีและมีคำสั่งเป็นการเร่งด่วนตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากมองว่าเรื่องนี้กระทบต่อประโยชน์สาธารณะและเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางประเทศ นอกจากนี้ยังได้ยื่นขอให้ศาลระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพราะหากมีการประกาศรับรองผลไปก่อนจะถือเป็นความเสียหายที่ยากจะแก้ไขเยียวยาได้
พรรคประชาชน พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเพื่อไทยเอง ก็ต่างเป็นพรรคการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยชี้ว่ากำลังเร่งรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ขณะที่พรรคไทยสร้างไทย ประกาศเจตนารมณ์ยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยชี้ว่า กกต. จัดการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และ 224
ด้านพรรคพรรคประชาชนได้ให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อ ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อดำเนินคดีกับ กกต. และเลขาธิการ กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นอกจากนี้ยังมีการส่งเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบความผิดปกติอื่นๆ เช่น บัตรเขย่ง และการทิ้งเอกสารสำคัญที่จังหวัดสมุทรปราการ
ไปถึงมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ เดินทางยื่นเรื่องต่อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งคำร้องถึง ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจากรณีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดเช่นกัน
ล่าสุดนั้น ยังมีการรวมกลุ่มของนิสิตนักศึกษาจากหลายสถาบันพร้อมทีมทนายความได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ในนี้ (16 ก.พ.) เพื่อขอให้ศาลพิจารณาว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และระงับการประกาศผลเลือกตั้งทางการชั่วคราวด้วย
ข้อกฏหมายที่ถูกยกมาในการฟ้องนั้น คือประเด็นขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุว่าการลงคะแนนต้องเป็นไปโดยตรงและลับ
โดยจากการแถลงของกกต. และโพสต์ในเฟซบุ๊กของแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ต่างก็มีการชี้แจงว่า บาร์โค้ดถูกนำมาใช้เพื่อความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เช่น การป้องกันบัตรปลอม ทั้งแสวงเองยังชี้ว่า มีการถ่ายรูปบัตรจาก กปน. นำมาให้บุคคลภายนอก ซึ่งถือว่า กปน. เป็นเจ้าพนักงานมีส่วนทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมด้วย
ถึงอย่างนั้น ทางฝั่งนักกฎหมาย และอาจารย์ด้านนิติศาสตร์เองก็มองว่า การแถลงข่าวของกกต. ในการยอมรับว่ามีบาร์โค้ดจริง อาจถือเป็น "คำรับสารภาพ" ว่าได้ฝ่าฝืนกฎหมายเรื่องการทำเครื่องหมายบนบัตรแล้วได้ด้วย ไปถึงการยกบรรทัดฐาน คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญปี 2549 ที่เคยสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเพียงเพราะ กกต. หันคูหาออกด้านนอก ซึ่งถือว่าไม่รักษาความลับของผู้ใช้สิทธิ ดังนั้นกรณีบาร์โค้ดที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงอาจมีความผิดที่รุนแรงกว่า
แต่แม้จะมีการฟ้องร้อง แต่การรับฟ้อง การส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะเป็นไปอย่างล่าช้า จึงมีการมองเช่นกันว่า ท่ามการกระแสการเจรจาตั้งรัฐบาล และเริ่มคุยเรื่องการแบ่งกระทรวงแล้ว เราอาจมีรัฐบาลใหม่ก่อนที่จะมีการตัดสินว่าเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ก็ได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
