รีเซต

วิเคราะห์ “ไพ่ตาย” 5 พรรคใหญ่ โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569

วิเคราะห์ “ไพ่ตาย” 5 พรรคใหญ่ โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569
TNN ช่อง16
2 กุมภาพันธ์ 2569 ( 10:15 )
12

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เมื่อ “ไพ่ตาย” ของพรรคใหญ่ ถูกเปิดพร้อมกันในสนามจริง

บรรยากาศการเมืองก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เดินเข้าสู่ช่วงที่ทุกพรรคต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพราะเวลาที่เหลืออยู่ไม่เปิดโอกาสให้ทดลองกลยุทธ์ใหม่อีกต่อไป สิ่งที่เห็นในช่วง 7 วันสุดท้าย คือการนำ “หมากที่เตรียมไว้” ออกมาใช้พร้อมกัน ทั้งการระดมคะแนน การปิดจุดอ่อน และการวางตำแหน่งตัวเองในสมการหลังปิดหีบ

เมื่อพิจารณาจากทิศทางกระแสและการเคลื่อนไหวของแต่ละพรรค จะเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้แข่งขันกันที่ความนิยมเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการแข่งขันว่าใครสามารถแปลงคะแนนเสียงให้กลายเป็นอำนาจจัดตั้งรัฐบาลได้จริง

ในฝั่งของ พรรคประชาชน พรรคยังคงได้เปรียบในระดับการรับรู้ของสังคม โดยเฉพาะในเขตเมืองและกลุ่มคนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม พรรคเองรับรู้ชัดว่าความท้าทายสำคัญอยู่ที่เกมหลังเลือกตั้ง มากกว่าการชนะในเชิงสัญลักษณ์ การเคลื่อนไหวช่วงท้ายจึงมุ่งไปที่การเร่งให้ผู้สนับสนุนออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด พร้อมย้ำว่าคะแนนทุกคะแนนมีความหมายต่อการเปลี่ยนดุลอำนาจ

การสื่อสารของพรรคในช่วงนี้เน้นไปที่ประเด็นความไม่เป็นธรรมและปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยพยายามทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรู้สึกว่าการไม่ออกมาเลือก เท่ากับเปิดทางให้ระบบเดิมกำหนดทิศทางประเทศต่อไป กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มพลังทางอารมณ์ให้ฐานเสียงเดิม แต่ในอีกด้านก็ต้องบริหารความเสี่ยงจากกรณีผู้สมัครบางรายที่ถูกตั้งคำถามด้านจริยธรรม ซึ่งอาจบั่นทอนภาพความแตกต่างที่พรรคพยายามสร้าง

ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย เดินเกมในทิศทางที่ต่างออกไป พรรคเลือกย้ำภาพความแน่นอนและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นถึงความพร้อมด้านเครือข่ายพื้นที่และประสบการณ์ทำงานกับกลไกรัฐ การหาเสียงโค้งสุดท้ายจึงเน้นการพูดกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการความต่อเนื่องของโครงการและงบประมาณ มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงอุดมการณ์

ในหลายพื้นที่ พรรคใช้การลงพื้นที่อย่างเข้มข้นเพื่อปิดจุดอ่อนและรักษาความสัมพันธ์กับเครือข่ายท้องถิ่น ซึ่งเป็นฐานสำคัญของคะแนนเขต อย่างไรก็ตาม ภาพความใกล้ชิดกับบ้านใหญ่และโครงสร้างอำนาจท้องถิ่นยังคงเป็นประเด็นที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบมาโจมตี โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมืองและผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่


ด้าน พรรคเพื่อไทย อยู่ในสถานะที่ต้องเร่งสร้างแรงส่งกลับมา หลังถูกท้าทายจากทั้งพรรคใหม่และพรรคที่แข็งแรงในสนามเขต การเคลื่อนไหวช่วงท้ายจึงกลับไปเน้นจุดแข็งดั้งเดิม คือเรื่องเศรษฐกิจและปากท้อง พร้อมดึงผลงานในอดีตมาเป็นหลักฐานว่าพรรคมีศักยภาพในการบริหารประเทศ

เวทีปราศรัยขนาดใหญ่และการเดินสายของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถูกใช้เพื่อสร้างบรรยากาศความคึกคักและปลุกความทรงจำของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ฐานเดิม เป้าหมายคือการดึงคะแนนที่เริ่มลังเลให้กลับมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากพลังมวลชนในช่วงท้ายไม่แรงพอ พรรคอาจถูกจำกัดบทบาทในสมการหลังเลือกตั้ง

ในส่วนของ พรรคกล้าธรรม การวางตัวอย่างยืดหยุ่นยังคงเป็นหัวใจสำคัญ พรรคสื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรงไปตรงมาว่า การเลือกพรรคที่ไม่ปิดประตูทางการเมือง จะทำให้เสียงของพื้นที่มีน้ำหนักบนโต๊ะเจรจาจัดตั้งรัฐบาล การทุ่มทรัพยากรในเขตที่มีโอกาสชนะจริง ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญต่อบทบาทของพรรคหลังเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ดังกล่าวต้องแลกกับการถูกตั้งคำถามเรื่องจุดยืน หากจำนวนที่นั่งไม่ถึงระดับที่สร้างอำนาจต่อรองได้จริง น้ำหนักของพรรคในสมการรัฐบาลอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ เลือกโฟกัสการยึดพื้นที่ภาคใต้เป็นหลัก การหาเสียงช่วงท้ายจึงเน้นการดึงฐานเสียงเดิมกลับมา ผ่านการย้ำภาพการเมืองสุจริตและอัตลักษณ์ของพรรคในพื้นที่ พรรคไม่ได้ตั้งเป้าการเป็นแกนนำรัฐบาล แต่ต้องการจำนวนที่นั่งมากพอเพื่อรักษาพื้นที่ทางการเมืองและบทบาทในสภา

เมื่อพิจารณาภาพรวมของทุกพรรค จะเห็นว่าโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นช่วงที่ “ไพ่ตาย” ถูกเปิดพร้อมกัน พรรคหนึ่งใช้พลังอารมณ์ของประชาชน อีกพรรคใช้ความแน่นอนของโครงสร้างอำนาจ ขณะที่บางพรรคอาศัยความทรงจำทางเศรษฐกิจหรือความยืดหยุ่นทางการเมืองเป็นจุดขาย

ท้ายที่สุด ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นตัวชี้วัดว่า พรรคใดสามารถบริหารเกมอำนาจในช่วงตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า และพรรคใดมีความพร้อมต่อการจัดวางอำนาจทางการเมืองหลังปิดหีบเลือกตั้ง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง