ส่องนโยบาย “พูดแล้วทำ...พลัส” หลังโปรดเกล้า “ครม.อนุทิน 2”

ภายหลังจากมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 พร้อมทั้งคณะรัฐมนตรีทั้ง 35 คน ที่คาดว่าจะเข้าถวายสัตย์ฯ ในวันที่ 6 เม.ย. 2569
พรรคภูมิใจไทยในฐานะแนนำรัฐบาล เตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 9-10 เม.ย. 2569 ซึ่งในช่วงเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอนโยบายในการหาเสียงไว้ดังนี้
คนละครึ่งพลัส เฟส 2 การขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win กระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส” โดยได้รับความร่วมมือและการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ไทยเป็นไท ในเวทีโลก การทูตไทย ต้องเป็นการทูตเชิงรุก ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ และยาเสพติด โดยเราต้องมีบทบาท ในการทำให้โลกนี้ดีขึ้น เพื่อให้ไทยเข้าไปมีบทเด่นในเวทีโลก
บาร์เตอร์เทรด ภายใต้นโยบาย เกษตรมั่นคง ของพรรคภูมิใจไทย มีแนวทางที่กำหนดว่า การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ที่ใช้งบประมาณมากๆ นั้น จะต้องทำในลักษณะบาร์เตอร์เทรด Barter trading หรือการค้าต่างตอบแทน
ติดปีก SMEs ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs เป็นการสร้างรายได้ของ “คนตัวเล็ก” ที่รัฐควรให้การสนับสนุน โดยมีนโยบาย เมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส ด้วยการติดปีก SMEs ผ่านการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐ เสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนโดยการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มีกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ที่ใหญ่กว่า
ค่าไฟต่ำ 3 บาท ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว พลัส สู่ Net Zero 2050 ของพรรคภูมิใจไทย มีมาตรการจะดำเนินการโดย พลังงานสีเขียว (Direct PPA) โดยจะทำโซล่าเซลล์ชุมชน ส่งไฟฟ้าเข้าบ้านเรือนตรงถึงประชาชน
เศรษฐกิจ “สีเขียว” เลื่อนเวลาให้ประเทศไทยเข้าถึง Net Zero ได้เร็วขึ้น ทัดเทียมกันนานาประเทศ ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของภัยพิบัติทางธรรมชาติ รักษ์โลก เพื่อให้คนไทยทุก ๆ คนได้มีชีวิตที่ดีขึ้น
GDP โต 3% พลัส เสนอแนวทางดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ จากมาตรการ 10 พลัส จะเป็นห้วงเวลาแห่งการพลิกฟื้น Potential Growth ตั้งเป้าหมายอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะเป็น 3 % พลัส
บัตรสวัสดิการ พลัส ทบทวนสิทธิ์ จะต้องเป็นคนที่จนจริงๆ คนที่ ”ไม่จน” จริงจะถูกยกเลิกบัตรฯ โดยไม่จำกัดว่าจะมีเท่าไร แต่ให้สิทธิทุกคน และจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา อาจจะมีคนจนมากขึ้น และเมื่อมีฐานข้อมูลใหม่ ที่ทราบจำนวนที่แน่นอนแล้ว คนจนจะได้สิทธิมากยิ่งขึ้น
ลดหย่อนภาษี “สูงวัยมีรายได้” 60 พลัส เกษียณสำราญ มีงานทำ เป็นกำลังสำคัญของประเทศ นโยบายสูงวัย พลัส จะทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น มีงานทำเพิ่มขึ้น และยิ้มได้พลัสขึ้นอย่างแน่นอน
เรียนฟรี “ต้องมีจริง” การศึกษาเท่าเทียม พลัส 1 สร้างแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ฟรี รวมคลังความรู้ครอบคลุมการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงมหาวิทยาลัย และวัยทำงาน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
พยาบาลอาสา โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา เพื่อดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ โครงการนี้จะมีการจ้างงาน จากผู้จบการศึกษาด้าน พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เทคนิกการแพทย์ เข้ามาอบรมเพิ่มเติม แล้วเข้าทำงาน จำนวนเกือบ 100,000 อัตรา
ศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ จัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้ง 878 อำเภอ ซึ่งจะช่วยให้สามารถเข้าถึงการรักษาได้โดยสะดวก อีกทั้งยังเป็นการลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาพยาบาล
สร้าง “กำแพง” ป้องกัน กป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่เพียงเฉพาะภัยทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ และสังคม ทั้งการลักลอบนำของเถื่อนเข้าประเทศ
กองทุน “ภัยพิบัติ” รัฐจ่ายค่าประกันภัย 1,000 ต่อครัวเรือน เพื่อทำประกันกองทุนภัยพิบัติ รวมมูลค่าเกือบ 30,000 ล้านบาท เมื่อเกิดน้ำท่วม AI จับข้อมูลได้ จะจ่ายทันทีครัวเรือนละ 100,000 บาท
คมนาคม “สีเขียว” “โครงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่จะให้ประชาชนผ่อนเพียงเดือนละ 300 บาท 60 งวด เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ เป็นการลดรายจ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
