Google ปิดดีลซื้อกิจการ Wiz เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยคลาวด์และ AI

วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา บริษัท กูเกิล (Google) ประกาศปิดดีลเข้าซื้อกิจการบริษัท วีซ (Wiz) แพลตฟอร์มความปลอดภัยบนระบบคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นทางการ หลังจากที่มีการประกาศข้อตกลงครั้งแรกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 และใช้เวลาประมาณหนึ่งปีในการดำเนินกระบวนการให้เสร็จสมบูรณ์
แม้แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจะไม่ได้เปิดเผยมูลค่าการเข้าซื้อกิจการ แต่รายงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระบุว่าดีลนี้มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความสำคัญของเทคโนโลยีความปลอดภัยไซเบอร์ในยุคที่องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งย้ายโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและซอฟต์แวร์ขึ้นสู่ระบบคลาวด์
โดยบริษัท วีซ (Wiz) นั้นมีสำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัปด้านความปลอดภัยคลาวด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก
Wiz แพลตฟอร์มความปลอดภัยคลาวด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
บริษัท วีซ (Wiz) ก่อตั้งขึ้นในปี 2020 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้จากอิสราเอล นำโดย อัสซาฟ แรปพาพอร์ต (Assaf Rappaport) ผู้เคยขายบริษัทด้านความปลอดภัย Adallom ให้กับบริษัท ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ในปี 2015
แพลตฟอร์มของ Wiz ถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์และตรวจจับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในระบบคลาวด์แบบครบวงจร โดยสามารถค้นหาช่องโหว่สำคัญ เช่น การตั้งค่าระบบผิดพลาด ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ หรือความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
จุดเด่นของระบบคือสามารถตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ได้โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์จำนวนมาก ทำให้องค์กรสามารถตรวจจับภัยคุกคามได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แทนที่จะใช้เวลาหลายวันเหมือนระบบความปลอดภัยแบบดั้งเดิม
กลยุทธ์ Google Cloud ในยุค Multi-Cloud และ AI
การเข้าซื้อกิจการ Wiz เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สำคัญของ กูเกิล คลาวด์ (Google Cloud) ที่ต้องการเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยในยุคที่องค์กรจำนวนมากใช้ระบบคลาวด์หลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน หรือที่เรียกว่า Multi-Cloud Environment
จุดเด่นของระบบที่ Wiz พัฒนาขึ้นสามารถตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยของระบบคลาวด์หลายแพลตฟอร์มได้พร้อมกัน แม้จะเป็นคลาวด์จากบริษัทคนละราย
ในปัจจุบันองค์กรจำนวนมากไม่ได้ใช้บริการคลาวด์จากผู้ให้บริการเพียงรายเดียว แต่เลือกใช้หลายแพลตฟอร์มร่วมกัน เช่น อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services หรือ AWS), ไมโครซอฟท์ อะซัวร์ (Microsoft Azure), ออราเคิล คลาวด์ (Oracle Cloud) และ กูเกิล คลาวด์ แพลตฟอร์ม (Google Cloud Platform) ซึ่งรูปแบบนี้เรียกว่า Multi-Cloud
โดยเทคโนโลยีของ Wiz ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อและตรวจสอบความปลอดภัยของคลาวด์ทั้งหมดเหล่านี้จากศูนย์กลางเดียว โดยสามารถสแกนหาช่องโหว่ ตรวจสอบการตั้งค่าระบบที่ผิดพลาด รวมถึงความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตได้แบบอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมความปลอดภัยของระบบคลาวด์ทั้งหมดได้ในที่เดียว และลดความซับซ้อนในการจัดการระบบความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่
ภายหลังการซื้อกิจการ Wiz จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Google Cloud แต่ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์เดิม และยังคงรองรับการใช้งานร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นตามแนวทางระบบเปิด หรือ Open approach
ความปลอดภัยไซเบอร์ ความท้าทายในยุค Generative AI
การเติบโตของ Generative AI ทำให้ภัยคุกคามไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากอาชญากรไซเบอร์สามารถใช้ AI เพื่อสร้างมัลแวร์ ปลอมแปลงข้อมูล หรือโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว
รายงานของอุตสาหกรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดความปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 190,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.8 ล้านล้านบาท ในปี 2023 เป็นมากกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14.4 ล้านล้านบาท ภายในปี 2030
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการปกป้องข้อมูลดิจิทัลกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลก
ดีลสำคัญในสมรภูมิคลาวด์โลก
ตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งกำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นระหว่างบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ได้แก่ อะเมซอน (Amazon) ผ่าน AWS, ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ผ่าน Azure และ กูเกิล (Google) ผ่าน Google Cloud การเข้าซื้อ Wiz จึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพของ Google Cloud ในการแข่งขันระยะยาว พร้อมทั้งวางรากฐานระบบความปลอดภัยดิจิทัลในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังขับเคลื่อนด้วยคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
