วัคซีน mRNA รักษามะเร็งผ่านการทดลองเฟส 3 ก้าวสำคัญเทคฯ ช่วยผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง

19 สิงหาคม 2569 ( 23:54 )
วันที่ 19 สิงหาคม บริษัท Moderna และ Merck สองบริษัทยายักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ประกาศความสำเร็จของการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 INTerpath-001 ซึ่งทดสอบ intismeran autogene หรือ V940/mRNA-4157 วัคซีนรักษามะเร็งที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี mRNA และออกแบบให้เหมาะกับลักษณะมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละราย โดยผลการทดลองพบว่า เมื่อใช้ร่วมกับ KEYTRUDA (pembrolizumab) สามารถลดความเสี่ยงที่มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Melanoma) จะกลับมาเป็นซ้ำหรือแพร่กระจายได้ดีกว่าการใช้ KEYTRUDA เพียงอย่างเดียว ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญของการรักษามะเร็งแบบเฉพาะบุคคล
วิธีการทดลองรักษามะเร็ง
การทดลองดังกล่าวดำเนินการในผู้ป่วยเมลาโนมาระยะที่เรียกว่า IIB ถึง IV หรือ ผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังที่ซึ่งมีความเสี่ยงตั้งแต่มะเร็งระยะรุนแรงที่ยังไม่แพร่กระจาย ไปจนถึงระยะที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น จำนวน 1,137 ราย ซึ่งได้รับการผ่าตัดนำเนื้องอกออกหมดแล้ว และยังไม่เคยได้รับการรักษามะเร็งแบบเป็นระบบมาก่อน ผู้ป่วยถูกสุ่มแบ่งเป็นสองกลุ่มในสัดส่วน 2 ต่อ 1 เพื่อเปรียบเทียบระหว่างการรักษาด้วยวัคซีนรักษามะเร็ง intismeran autogene ร่วมกับ KEYTRUDA และการใช้ KEYTRUDA เพียงอย่างเดียว
โดยผลการวิเคราะห์ระหว่างกาลพบว่า กลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบผสมผสานสามารถบรรลุทั้งเป้าหมายหลักด้าน การรอดชีวิตโดยปราศจากการกลับมาเป็นซ้ำของโรค (RFS) และเป้าหมายรองด้าน การรอดชีวิตโดยปราศจากการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น (DMFS) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและมีความหมายต่อการรักษาทางคลินิก
จุดเด่นของการรักษานี้อยู่ที่การใช้ mRNA เพื่อสร้างวัคซีนที่แตกต่างกันไปตามลักษณะมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละคน โดยแพทย์จะนำตัวอย่างเนื้องอกไปวิเคราะห์หาการกลายพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของมะเร็ง หลังจากนั้นจึงออกแบบ mRNA ที่สามารถเข้ารหัส นีโอแอนติเจน (Neoantigen) ได้สูงสุด 34 ชนิด เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะเซลล์ T ให้จดจำลักษณะของเซลล์มะเร็งและเข้าทำลายเซลล์ที่อาจหลงเหลืออยู่หลังการผ่าตัด
ในขณะที่ยา KEYTRUDA ทำหน้าที่แตกต่างออกไป โดยเป็นยาภูมิคุ้มกันบำบัดที่ช่วยยับยั้งกลไกของมะเร็งในการปิดกั้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน การนำทั้งสองแนวทางมาใช้ร่วมกันจึงมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถจดจำและโจมตีเซลล์มะเร็งได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แนวคิดดังกล่าวถือเป็นรูปแบบหนึ่งของ การแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ที่มุ่งออกแบบการรักษาให้ตรงกับลักษณะทางพันธุกรรมของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย
ผลการทดลองครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นการทดลองระยะที่ 3 ครั้งแรกที่รายงานผลสำเร็จของแนวทางการใช้เทคโนโลยี mRNA ในการรักษามะเร็ง และยังเป็นครั้งแรกที่แนวทางดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพเหนือกว่าการใช้ยาต้าน PD-1 อย่างยา KEYTRUDA เพียงอย่างเดียว ในการรักษาเสริมหลังการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยเมลาโนมาระยะที่เรียกว่า IIB ถึง IV
ก่อนการทดลองระยะที่ 3 การรักษารูปแบบนี้เคยผ่านการทดลองระยะที่ 2b มาแล้ว และให้ผลค่อนข้างดี โดยการติดตามผู้ป่วยนาน 5 ปีพบว่า คนที่ได้รับ intismeran ร่วมกับ KEYTRUDA มีความเสี่ยงที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำหรือเสียชีวิต ลดลง 49% และมีความเสี่ยงที่มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นหรือเสียชีวิต ลดลง 59% เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับ KEYTRUDA เพียงอย่างเดียว
ส่วนเรื่อง ความปลอดภัย ผลการทดลองพบว่า อาการข้างเคียงของการรักษาด้วยยาทั้งสองชนิดร่วมกันยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับผลการทดลองก่อนหน้านี้ และ ยังไม่พบความเสี่ยงหรืออันตรายรูปแบบใหม่ที่น่ากังวล ทำให้การรักษานี้มีข้อมูลรองรับมากขึ้นสำหรับการเดินหน้าสู่ขั้นตอนการขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อใช้กับผู้ป่วยจริง
ศาสตราจารย์ จอร์จินา ลอง (Georgina Long) ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของ Melanoma Institute Australia และผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา มองว่า "ผลการทดลองครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการรักษาเสริมหลังการผ่าตัดในผู้ป่วยเมลาโนมา เพราะมีศักยภาพที่จะช่วยให้ผู้ป่วยปลอดจากโรคได้นานขึ้น"
ในขณะที่ สเตฟาน บันเซล (Stéphane Bancel) ซีอีโอของบริษัท Moderna ผู้พัฒนาวัคซีนชื่อดังระบุว่า "แนวคิดการใช้ mRNA สร้างการรักษาที่ออกแบบตามมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งเคยเป็นเพียงเป้าหมายในวงการแพทย์ กำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น"
กระบวนการพัฒนาในอนาคต
หลังจากนี้ Moderna และ Merck เตรียมนำรายละเอียดผลการทดลองฉบับเต็มไปเผยแพร่ในการประชุมทางการแพทย์ระดับนานาชาติ และเตรียมดำเนินการหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาเพื่อยื่นขออนุมัติการใช้งาน ขณะเดียวกัน โครงการ INTerpath ยังเดินหน้าทดลองการรักษาในมะเร็งชนิดอื่นอีก 9 โครงการ ครอบคลุมมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งไต
หลังจากนี้ Moderna และ Merck เตรียมนำรายละเอียดผลการทดลองฉบับเต็มไปเผยแพร่ในการประชุมทางการแพทย์ระดับนานาชาติ และเตรียมดำเนินการหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาเพื่อยื่นขออนุมัติการใช้งาน ขณะเดียวกัน โครงการ INTerpath ยังเดินหน้าทดลองการรักษาในมะเร็งชนิดอื่นอีก 9 โครงการ ครอบคลุมมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งไต
นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเทคโนโลยี mRNA ในวงการแพทย์ หลังแนวคิดการพัฒนาวัคซีนมะเร็งที่ออกแบบให้ตรงกับลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย เริ่มขยับจากงานวิจัยและการทดลองทางคลินิกไปสู่แนวทางการรักษาที่มีโอกาสนำมาใช้จริงในอนาคต โดยเฉพาะการรักษามะเร็งแบบเฉพาะบุคคลที่มุ่งกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้โจมตีเซลล์มะเร็งได้ตรงเป้ามากขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
