รีเซต

เปิดภาระกิจ ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยบนเวทีผู้นำโลก WEF

เปิดภาระกิจ ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยบนเวทีผู้นำโลก WEF
TNN ช่อง16
27 มกราคม 2569 ( 16:11 )

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีถึงผลสรุปการเดินทางเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum(WEF) Annual Meeting 2026 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส โดยมีรองนายกรัฐมนตรีฯ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย(Team Thailand) พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนระหว่างวันที่ 19–23 มกราคม 2569 โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

1. การเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง

ก่อนการเดินทางเข้าร่วมการประชุม รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเชิงนโยบายและการสื่อสาร โดยได้จัดประชุมคณะผู้แทนไทย (Team Thailand) เพื่อประสานจุดยืนร่วมกันในการกำหนดสาระสำคัญเชิงนโยบาย ข้อความหลัก (Key Messages) และแนวทางการสื่อสารที่สอดคล้องกันในทุกเวทีทั้งการเข้าร่วมเวทีเสวนาหลัก การประชุมทวิภาคี รวมทั้งการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศ

นอกจากนี้ ได้มีการจัดทำเอกสาร“ Team Thailand” Pitch Deckเพื่อใช้เป็นกรอบการนำเสนอของประเทศไทย โดยเชื่อมโยงกับแนวคิดหลักในการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ของไทย ภายใต้แนวคิดหลัก“Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience”ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 เพื่อสะท้อนทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

2. ภาพรวมการเข้าร่วมการประชุม

ภายใต้กรอบการประชุมWorld Economic Forum Annual Meeting 2026รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เข้าร่วมหารือกับผู้นำภาครัฐและผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจจากหลายประเทศ ภายใต้ธีม“Spirit of Dialogue”เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจโลก อาทิ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในโอกาสดังกล่าว รองนายกรัฐมนตรีฯ และคณะได้เข้าร่วมเวทีเสวนา การหารือเชิงนโยบาย และกิจกรรมต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ทั้งการพบปะผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมชั้นนำระดับโลก การหารือกับผู้นำภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ ตลอดจนการให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนระดับนานาชาติ เพื่อสื่อสารบทบาท จุดยืน และศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ ภารกิจการเข้าร่วมการประชุม WEF 2026 สามารถสรุปออกเป็น4 แนวทางการดำเนินงานตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน 

และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป ดังนี้

1)    การยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยบนเวทีผู้นำโลก

ในการเข้าร่วมการประชุม WEF 2026 รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้ใช้เวทีดังกล่าวในการยกระดับภาพลักษณ์และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเข้าร่วมเวทีเสวนาและการประชุมภายใต้กรอบของ WEF รวมทั้งสิ้น 4 เวทีสำคัญได้แก่ 1) เวที World Economic Leaders (IGWEL) ในหัวข้อ What’s Ahead for the Global Economy – Boom, Bust or In-between?  2) เวทีเสวนา Is ASEAN Moving Fast Enough? 3) การประชุมเชิงยุทธศาสตร์ในหัวข้อ New Pathways for ASEAN Growth and Productivity และ 4) เวทีเสวนา Wealth of Health: The Economics of Better Healthทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้รับเชิญให้ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมอภิปรายหลัก (Lead Panelist) ในเวทีเสวนาIs ASEAN Moving Fast Enough?ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของอาเซียน ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก และเป็นโอกาสในการสะท้อนบทบาท ศักยภาพ และความพร้อมของประเทศไทยในฐานะประเทศสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ และคณะยังได้เข้าร่วมการประชุมและการหารือย่อยรวมทั้งสิ้น 28 ครั้งครอบคลุมการพบปะกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก (Big Tech) จำนวน 10 ครั้งการหารือกับหน่วยงานภาครัฐ 4 ครั้งและการหารือในกรอบอื่น ๆ อีก 10 ครั้งรวมถึงการให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน 4 ครั้ง

ในโอกาสดังกล่าว รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้สื่อสารบทบาทและจุดยืนของประเทศไทยต่อผู้นำรัฐบาล นักลงทุน และองค์กรระหว่างประเทศ ผ่านการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างประเทศ โดยเฉพาะสำนักข่าว Bloomberg เพื่อสื่อสารกับนักลงทุนและตลาดโลก ควบคู่กับการหารือทวิภาคีกับประเทศคู่เจรจาที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย สาธารณรัฐฟินแลนด์ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงอันเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะต่อไป

รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยและอาเซียนมีศักยภาพในการเป็นฐานการลงทุนที่มีความเป็นกลางและยึดมั่นในกติกาซึ่งสามารถรองรับการกระจายความเสี่ยงของการลงทุนระหว่างประเทศในระยะยาว พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่มีคุณภาพ จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างงานทักษะสูง การเชื่อมโยงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์(Digital and AI)ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและการยกระดับทักษะแรงงาน โดยเฉพาะการผลักดันกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement: DEFA) เพื่อให้การเติบโตทางเทคโนโลยีของภูมิภาคเป็นไปอย่างครอบคลุมและยั่งยืน

ในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้ย้ำว่าการลงทุนสีเขียวและการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือความเสี่ยง (Green and Resilience)ได้กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการลงทุนระยะยาวในยุคปัจจุบัน และเป็นปัจจัยหลักในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป



2)Road to Thailand 2026 – การเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าภาพการประชุมIMF–World Bank

การเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 มีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ณ กรุงเทพมหานคร โดยรองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เข้าร่วมหารือกับ Mr.Ajay Bangaประธานธนาคารโลก (World Bank)และ Ms.Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก แนวโน้มเชิงนโยบายของสองสถาบันหลัก และแนวทางการออกแบบรูปแบบการประชุมและกิจกรรมประกอบการประชุมให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยการหารือครั้งนี้ช่วยให้ประเทศไทยสามารถประสานความร่วมมือกับ IMF และ World Bank ล่วงหน้า ทั้งในด้านกรอบแนวคิดของการประชุม รูปแบบกิจกรรมคู่ขนาน (Side Events) และกิจกรรมก่อนการประชุมภายใต้แนวคิด “Road to Thailand” ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้และความต่อเนื่องของเนื้อหาในระดับนานาชาติก่อนการประชุมจริง นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยรับทราบแนวคิดและประเด็นสำคัญที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศให้ความสำคัญ อาทิ การสร้างงานคุณภาพ การพัฒนาทุนมนุษย์ การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และการเติบโตอย่างทั่วถึง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบกิจกรรมและสาระของการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับวาระโลก

3)การพบหารือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก

รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกจำนวน10 รายได้แก่ 1) Amazon Web Services 2) Microsoft 3) TikTok 4) NVIDIA 5) Hesai Technology 6) HCL Technologies 7) Novonesis 8) DAMAC Group 9) Nestlé และ 10) Archer Aviation เพื่อส่งเสริมการลงทุนคุณภาพในประเทศไทย โดยบริษัทต่าง ๆ ได้แสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพและทิศทางนโยบายของไทย พร้อมยืนยันแผนการลงทุนในโครงการด้านศูนย์ข้อมูล คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ รวมมูลค่าประมาณ500,000 ล้านบาทควบคู่กับความร่วมมือด้านการพัฒนาทักษะแรงงานไทย ตั้งเป้าการยกระดับทักษะ (Upskill/Reskill) แรงงานกว่า100,000 คนเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

4) การขยายความร่วมมือและเครือข่ายกับพันธมิตรระหว่างประเทศ

ในการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้ให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือและเครือข่ายกับองค์กรระหว่างประเทศและพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ โดยใช้เวทีการประชุม ณ เมืองดาวอสเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดประตูความร่วมมือ และมุ่งต่อยอดการดำเนินงานเชิงรูปธรรมในประเทศไทย โดยรองนายกรัฐมนตรีฯ ได้หารือกับ Mr. Mirek Dušekกรรมการผู้จัดการWorld Economic Forum (WEF)เพื่อจัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่าง WEF กับประเทศไทยอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งดึงเครือข่ายบริษัทชั้นนำระดับโลกเข้ามามีส่วนร่วมในการจัด Executive Dialogues ในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ รวมถึงการยกระดับทักษะแรงงานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจโลกในอนาคต

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้หารือกับ Mr. Christopher J. Elias ประธานฝ่าย Global Development มูลนิธิ Gates Foundation เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านสาธารณสุขและ                  การพัฒนา โดยเชื่อมโยงประเด็นด้านสุขภาพ การพัฒนาทุนมนุษย์ และความยั่งยืน เข้ากับการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ทั้งนี้ เพื่อให้


การจัดการประชุมดังกล่าวสามารถสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญกับ           การพัฒนาอย่างทั่วถึง ยั่งยืน และคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ในส่วนของความร่วมมือกับองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้หารือกับMr.Mathias Cormann เลขาธิการ OECD เพื่อติดตามความคืบหน้าการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย โดยย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการผลักดันเรื่องดังกล่าวให้เป็นวาระแห่งชาติ และใช้การเข้าเป็นสมาชิก OECD เป็นกลไกในการยกระดับมาตรฐานนโยบายเศรษฐกิจ การกำกับดูแล และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ขณะเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังได้หารือกับMr. John Dutton หัวหน้าโครงการ UpLinkและสมาชิกคณะกรรมการบริหารWEFเพื่อสร้าง pipeline ด้านนวัตกรรม เชื่อมโยงผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพของไทยเข้าสู่ระบบนิเวศนวัตกรรมระดับโลก โดยมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงเครือข่าย แหล่งทุน และองค์ความรู้จากพันธมิตรระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศ

3. แนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป

ภายหลังการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) รัฐบาลไทยจะเดินหน้าผลักดันความร่วมมือกับ WEF ควบคู่กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมและสนับสนุนความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 โดยมุ่งผลักดันประเด็นนโยบายสำคัญของภูมิภาคให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพและความพร้อมด้านการจัดการประชุมระดับนานาชาติอย่างรอบด้าน

ในด้านการลงทุน รัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ติดตามและเร่งรัดแผนการลงทุนของบริษัทที่ได้มีการหารือหรือแสดงความสนใจลงทุนในประเทศไทย เพื่อให้การเจรจาและการตัดสินใจลงทุนสามารถเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและต่อยอดความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศที่ได้มีการหารือในเวที WEF เพื่อแปลงความร่วมมือเชิงนโยบายไปสู่การดำเนินงานจริง สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง