“ล้งชุมชน” โมเดลใหม่แก้ปัญหา ราคามะพร้าวตกต่ำ? เร่งต่อยอดส่งออกผลไม้ไทยฟื้นตัว ความหวังรายได้เกษตรกรยั่งยืน

“ล้งชุมชน” โมเดลใหม่แก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ
ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะ “มะพร้าวน้ำหอมไทย” กลายเป็นโจทย์สำคัญที่เกษตรกรต้องเผชิญมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุด ได้เริ่มเห็นความพยายามครั้งใหม่ในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโมเดล “ล้งชุมชน” ที่ขับเคลื่อนโดยคนในพื้นที่เอง
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นที่จังหวัดราชบุรี เมื่อกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม รวมตัวกันจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนตลาดกลางมะพร้าวน้ำหอมไทย” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เพื่อทำหน้าที่เป็นล้งชุมชนต้นแบบ สำหรับรวบรวม รับซื้อ จำหน่าย รวมถึงต่อยอดการแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมของชุมชน
โมเดลดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของเกษตรกรไทย เพราะที่ผ่านมา ชาวสวนจำนวนมากต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางและกลไกตลาดเป็นหลัก ทำให้มีอำนาจต่อรองจำกัด และเผชิญความผันผวนของราคาอยู่เสมอ
นายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย เปิดเผยว่า ล้งชุมชนแห่งนี้จะดำเนินงานในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน โดยมีทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่เข้ามาร่วมบริหารจัดการ เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้า วางระบบรวบรวมผลผลิต และเพิ่มอำนาจต่อรองด้านราคาให้กับชาวสวน
เป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างระบบตลาดที่เกษตรกรสามารถบริหารจัดการได้เองมากขึ้น แทนการรอพึ่งกลไกตลาดเพียงอย่างเดียว
ราคามะพร้าวเริ่มฟื้น สัญญาณบวกของชาวสวน
การเกิดขึ้นของล้งชุมชน มาพร้อมกับสัญญาณเชิงบวกด้านราคา หลังสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดราชบุรีเริ่มปรับตัวดีขึ้น
ล่าสุด ราคาหน้าสวนขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณลูกละ 15–18 บาท ซึ่งถือเป็นระดับที่เกษตรกรพึงพอใจ แม้ปริมาณผลผลิตในช่วงนี้จะลดลงก็ตาม
นายจรัญมองว่า แนวโน้มราคาที่ดีขึ้น ถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อการบริหารจัดการผลผลิตรอบถัดไป โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้นในอนาคต
ในระยะแรก ล้งชุมชนจะเน้นการรวบรวมผลผลิต และเชื่อมโยงการจำหน่ายผ่านกิจกรรมของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยกระจายสินค้าและรักษาเสถียรภาพด้านราคา
ส่วนระยะต่อไป จะเร่งวางระบบรับซื้อและกระจายผลผลิตอย่างเป็นระบบ รวมถึงเตรียมหารือกับผู้ประกอบการส่งออก เพื่อสร้างความมั่นคงด้านตลาดให้กับเกษตรกรในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดกำหนด “ราคาประกันที่เหมาะสม” เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมั่นใจ และมีหลักประกันด้านรายได้มากขึ้น
ต้นแบบสำคัญของผลไม้ไทยในอนาคต
ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอมแห่งแรกของไทย ถูกมองว่าอาจกลายเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับผลไม้ชนิดอื่น ๆ ในอนาคต หากสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นปี 2569 มะพร้าวไทยเผชิญปัญหาราคาตกต่ำอย่างหนัก ทำให้กรมการค้าภายใน ต้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดราชบุรี สมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าเชื่อมโยงตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยระบายผลผลิตส่วนเกินออกจากพื้นที่
ผลจากมาตรการดังกล่าว ทำให้ราคามะพร้าวน้ำหอมเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จะทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับล้งชุมชนแห่งนี้ ทั้งด้านการเชื่อมโยงตลาดภายในประเทศ ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ งานแสดงสินค้า รวมถึงช่องทางออนไลน์
ขณะเดียวกัน ในส่วนของตลาดต่างประเทศ กรมการค้าภายในเตรียมประสานงานร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันการขยายตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไทยเพิ่มเติม
ส่งออกผลไม้ไทยพลิกบวกครั้งแรกในรอบ 8 เดือน
นอกจากสถานการณ์มะพร้าวไทยที่เริ่มฟื้นตัวแล้ว ภาพรวมการส่งออกสินค้าเกษตรไทยก็เริ่มส่งสัญญาณบวกเช่นกัน
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในเดือนเมษายน 2569 พลิกกลับมาขยายตัวเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 8 เดือน โดยเติบโต 17.9% หลังจากก่อนหน้านี้ติดลบต่อเนื่อง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การฟื้นตัวดังกล่าว เป็นผลจากมาตรการเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ ที่เข้าไปดูแลตลาดตั้งแต่ก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด จนถึงช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจริง
หนึ่งในตลาดสำคัญ คือ “จีน” ซึ่งปีนี้สามารถประสานผู้นำเข้า และสร้างยอดสั่งซื้อทุเรียนไทยได้ถึง 1–1.1 ล้านตัน
ขณะเดียวกัน ทูตพาณิชย์ในหลายประเทศ ทั้งเวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย ยังช่วยขยายตลาดส่งออกมังคุดรวมกว่า 150,000 ตัน
เร่งขยายตลาดใหม่ ดันผลไม้ไทยสู่โลก
กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าทำตลาดผลไม้ไทยในจีน ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ควบคู่กับการขยายตลาดใหม่ในเกาหลีใต้ อินเดีย ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ สหภาพยุโรป และเอเชียกลาง
รวมถึงเปิดช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก
ผลจากมาตรการดังกล่าว ทำให้บรรยากาศการสั่งซื้อผลไม้ไทยกลับมาคึกคักมากขึ้น และส่งผลให้ตัวเลขส่งออกสินค้าเกษตรในเดือนเมษายนกลับมาขยายตัว 17.9%
ผลไม้ที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่
* ทุเรียน เพิ่มขึ้น 109.5%
* เงาะ เพิ่มขึ้น 92.8%
* ลิ้นจี่ เพิ่มขึ้น 70%
ตลาดในประเทศเริ่มคึกคัก รับแคมเปญผลไม้ไทย
ไม่เพียงแต่ตลาดต่างประเทศเท่านั้น แต่ตลาดในประเทศเองก็เริ่มมีสัญญาณการบริโภคเพิ่มขึ้นเช่นกัน หลังภาครัฐเร่งกระตุ้นกำลังซื้อและขยายช่องทางจำหน่ายอย่างเข้มข้น
กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า และภาคเอกชน จัดกิจกรรมจำหน่ายผลไม้ พร้อมผลักดันการขายผ่านตลาดกลาง ตลาดสด แพลตฟอร์มออนไลน์ และโครงการ “ไทยช่วยไทย”
นอกจากนี้ ยังมีการกระจายผลไม้ผ่านที่ว่าการอำเภอ ไปรษณีย์ไทย และรถพุ่มพวง โดยตั้งเป้ากระตุ้นการบริโภคผลไม้ในประเทศไม่ต่ำกว่า 500,000 ตัน
อีกหนึ่งแผนสำคัญ คือ การเดินหน้าแคมเปญ “Thailand : The Land of Tropical Fruits” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลไม้เมืองร้อนคุณภาพของโลก และกระตุ้นการบริโภคทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
ความหวังใหม่ของเกษตรกรไทย
การเกิดขึ้นของ “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาราคามะพร้าวระยะสั้น แต่ยังสะท้อนความพยายามสร้างระบบตลาดใหม่ ที่เกษตรกรมีบทบาทบริหารจัดการมากขึ้น
หากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ อาจต่อยอดไปสู่ผลไม้ชนิดอื่นของไทย ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรอง สร้างเสถียรภาพด้านราคา และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดโลกได้ในระยะยาว
ท่ามกลางการแข่งขันด้านการส่งออกที่เข้มข้นมากขึ้น การสร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ระดับชุมชน อาจเป็นอีกกุญแจสำคัญ ที่ช่วยให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
