ราคาทองคำพุ่งกระฉูด ! ลุ้นทองแท่งปีนี้วิ่งแตะ 88,000 บาทได้หรือไม่?

วิ่งทะลุปรอทแตก ! นาทีนี้ไม่มีอะไรร้อนแรงเท่าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ทองคำ” หลังโลกเผชิญความเสี่ยงสงครามการค้ารอบใหม่ จากการที่ประธานาธิบดี “ทรัมป์”ส่งสัญญาณแข็งกร้าว โดยขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ จากปัจจุบัน15% เป็น 25%
ขณะเดียวกัน “ทรัมป์” ยังให้สัมภาษณ์ว่าไม่ กังวลต่อการอ่อนค่าของดอลลาร์ ทำให้ตลาดตีความว่าเป็นการยอมให้ดอลลาร์อ่อนค่าได้ กลายเป็นแรงเร่งให้เกิดการลดสัดส่วนการถือครองดอลลาร์ รวมถึงการโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น
นอกจากนี้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มยกระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐฯ ส่งกองกำลังเรือรบเข้าไปเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ท่ามกลางการประเมินที่ให้ความเป็นไปได้ของการโจมตีในระดับสูง แม้การเคลื่อนกำลังอาจเป็นเพียงเกมเชิงยุทธศาสตร์ แต่ภาพรวมตลาดตอบสนองต่อความเสี่ยงล่วงหน้า หากเกิดการปะทะจริง จะส่งผลกระทบที่ทำให้ลุกลามจากตลาดพลังงาน ไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก และยกระดับบทบาททองคำในฐานะ Safe Haven อย่างชัดเจนมาก
ส่วนแนวโน้มทิศทางราคาทองคำจะเป็นอย่างไร จะขึ้นร้อนแรงต่อไปหรือไม่ ในวันนี้ TNN Online ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “คุณธนรัชต์ พสวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง ถึงสถานการณ์ทองคำในปีนี้ว่าจะวิ่งคึกคักมากน้อยแค่ไหนตามไปส่องกันเลยค่ะ
โดย “คุณธนรัชต์” เล่าว่า การปรับขึ้นของราคาทองคำในปีที่แล้วที่ร้อนแรง ทำให้มีความกังวลว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่ของตลาดทองคำ อาจมีการปรับฐานหรือแรงซื้อจะแผ่วบางลงในปีนี้ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเปิดปีใหม่มา ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ บุคคลที่ทำให้ทองคำเป็นที่ต้องการ จนกระแส FOMO กลับมาอีกครั้ง คือ “โดนัลด์ ทรัมป์”
ซึ่งราคาทองโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1,270 ดอลลาร์ หรือประมาณเกือบ 30% ทำ All-time High 5,595 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศให้ผลตอบแทนสูงสุด 17,000 บาทต่อบาททองคำ ทำจุดสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 81,950 บาทต่อบาททองคำ โดยใช้เวลาเพียง 29 วัน ก่อนเผชิญแรงขายอย่างรุนแรงกว่า 500 ดอลลาร์ ในคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก่อนสร้างความผันผวนอย่างต่อเนื่อง
แรงขายทองคำเกิดขึ้นแรง และ รวดเร็วมาก ส่วนหนึ่งฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์เกิดจากแรงเทขายทำกำไร เนื่องจากสัญญาณทางเทคนิคใน RSI และ Stochastic Oscillators เกิดภาวะ Overbought ในกราฟรายวัน – รายเดือน ขณะที่การปรับฐานยังคงจับตาแนวรับสำคัญบริเวณ 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งหากหลุดลงไปการปรับฐานอาจลงไปถึง 4,500 ดอลลาร์
มุมมองของ 8 ธนาคารยักษ์ใหญ่ ปรับเพิ่มคาดการณ์เป้าหมายราคาทองปี 2569
1. JP Morgan – 8,500 ดอลลาร์
2. Deutsche Bank – 6,000 ดอลลาร์
3. Societe Generale – 6,000 ดอลลาร์
4. Bank of America – 6,000 ดอลลาร์
5. UBS – 5,900 ดอลลาร์
6. Morgan Stanley – 5,700 ดอลลาร์
7. Goldman Sachs – 5,400 ดอลลาร์
8. ANZ – 5,000 ดอลลาร์
กระแสข่าวการเคลื่อนกำลังของชาติสหรัฐฯ เพิ่มความกดดันในตะวันออกกลางมากขึ้น
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก หลังจากกองเรือรบสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง นำโดยกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมเรือพิฆาตอีก 3 ลำ ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้อ่าวโอมาน สะท้อนการยกระดับความพร้อมเชิงยุทธศาสตร์ของชาติตะวันตกในภูมิภาคอย่างเป็นระบบ
ซึ่งสื่อหลายสำนักรายงานว่าขณะนี้กำลังปฏิบัติการอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย แม้เพนตากอนจะยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่ตลาดไม่อาจมองข้าม ขณะที่ทรัมป์ขู่ว่าจะใช้กำลังทางทหารขนาดใหญ่โจมตีอิหร่านกว่าครั้งที่ผ่านมา หากไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อทำข้อตกลงนิวเคลียร์ พร้อมคำเตือนว่า “เวลาสำหรับการตัดสินใจกำลังใกล้หมดลง”
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เตือนว่า อิหร่านสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ พร้อมย้ำว่าแม้อิหร่านไม่ต้องการทำสงคราม แต่มีความพร้อมเต็มที่และจะไม่ถอยหากสถานการณ์ลุกลาม
ผลกระทบหากเกิดสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลก เนื่องจากมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวขนส่งผ่านราวหนึ่งในสามของน้ำมันดิบที่ขนส่งทางทะเลทั่วโลก ซึ่งจะส่งแรงสั่นสะเทือนต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ภาวะเงินเฟ้อ และต้นทุนการผลิตสินค้าของทุกประเทศทันที
ภาพความตึงเครียดในตะวันออกกลางจึงยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ โดยหากสถานการณ์มีสัญญาณทวีความรุนแรงมากขึ้น ทองคำย่อมได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม
- “กรีนแลนด์” คำขู่เรื่องภาษีศุลกากรครั้งใหม่ของปธน.ทรัมป์ ต่อ 8 พันธมิตรยุโรป ได้กระตุ้นให้เกิดความตื่นตระหนกที่เรียกว่า Sell America อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทรัมป์จะถอยจากคำเตือนที่จะจัดเก็บภาษีศุลกากรต่อยุโรป แต่ข้อตกลงที่ช่วยคลี่คลายวิกฤตการณ์กรีนแลนด์กลับมีเงื่อนไขเรื่องการประจำการขีปนาวุธของสหรัฐฯ บนเกาะกรีนแลนด์ รวมถึงสิทธิในการทำเหมืองและการเพิ่มกำลังด้านความมั่นคงของ NATO ด้วย ซึ่งอาจยังคงทำให้ความตึงเครียดจะยังคงอยู่และต้องติดตามต่อไป
- “ประธานเฟด” คนต่อไป นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดครบวาระในเดือนพฤษภาคม 2569 ประเด็นสำคัญ คือ บุคคลที่ตลาดการเงินให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ นายริก รีเดอร์ และนายเควิน วอร์ช ซึ่งไม่ว่าผู้ใดจะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเฟดคนใหม่ มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้นำเฟดรายต่อไปจะเผชิญแรงกดดันให้ดำเนินนโยบายการเงินในทิศทางสอดคล้องกับความต้องการของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเฉพาะเรื่องผลักดันการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และอาจนำไปสู่ภาวะ Fiscal Dominance หรือสถานการณ์ที่นโยบายการคลัง มีอิทธิพลเหนือ นโยบายการเงิน ซึ่งอาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สั่นคลอนในระยะยาว
- กระแส De-dollarization
- ธนาคารกลาง ยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่เข้าซื้อทองคำ ถึงแม้ว่าราคาทองแพงขึ้นก็ตาม หลังจากปี 2568 ยังเข้าซื้อทองคำ 863 ตัน เนื่องจากการด้อยค่าของเงินสกุลต่างๆ โดยเฉพาะเงินดอลลาร์ ที่ความน่าเชื่อถือลดลงจากการพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบ การแทรกแซงองค์กรอิสระ ความไม่น่าเชื่อถือของข้อมูลสถิติ ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งมีแผนที่จะเพิ่มทองคำในเงินทุนสำรอง
-อีทีเอฟทองคำยังมี Fund Flow ไหลเข้าตั้งแต่ต้นปีถึง 74 ตัน (ณ 23 ม.ค 69) ถือครองทองคำสูงถึง 4,099 ตัน นับเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ และคาดว่ายังมีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งปี 2568 Fund Flow ไหลเข้าสูงถึง 801 ตัน เป็นปีที่แข็งแกร่งอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์
-ผู้เล่นรายใหม่ในตลาดทองคำ ผู้ออกโทเคนสเตเบิลคอยน์ USDT โดยบริษัท Tether มีแผนจัดสรรเงินลงทุนราว 10–15% ของพอร์ตไปยังทองคำแท่งจริง (physical gold) อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะซื้อทองคำสัปดาห์ละ 1–2 ตัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เสริมความมั่นคงให้กับสินทรัพย์ที่ใช้หนุนโทเคนสเตเบิลคอยน์ โดยปัจจุบัน Tether ถือครองทองคำจริงแล้วประมาณ 130 ตัน หลังจากเพิ่มการถือครองอีก 27 ตันในไตรมาส 4 ของปี 2568
แนวโน้มราคาทองปี 2569
ฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์ราคาทอง Spot ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 4,500 - 6,000 ดอลลาร์ ราคาเป้าหมายสูงสุดปีนี้คาดว่าอาจจะแตะ 6,000 ดอลลาร์ สำหรับราคาทองไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดการณ์ว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 69,000-88,000 บาท ราคาเป้าหมายสูงสุดปีนี้คาดว่าอาจจะแตะ 88,000 บาท
กลยุทธ์การลงทุน
ราคาทองคำปีนี้ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงมากต่อเนื่องจากปี 2568 จำเป็นต้องติดตามราคาทองโลก เงินบาท และปัจจัยที่กระทบกับราคาทองคำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายของทรัมป์ที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินเป็นพิเศษ
การลงทุนระยะสั้น แนะนำอาจจะต้องเริ่มทยอยขายบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยงที่ระดับ 5,600 ดอลลาร์ 5,800 ดอลลาร์ และ 6,000 ดอลลาร์ ราคาทองไทยที่ 82,300 บาท 85,000 บาทและ 88,000 บาท รอย่อลงมาเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ 5,000 ดอลลาร์ ราคาทองไทย 74,300-74,500 บาท และถ้าปรับฐานลงมาแรงต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ หรือราคาทองไทยต่ำกว่า 74,300 บาท แนะนำทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเมื่อราคาทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 4,500 ดอลลาร์ หรือราคาทองไทย 66.800 – 67,000 บาท
การลงทุนระยะยาว แนะนำถือต่อไป เนื่องจากมองว่าทองคำต้องมีในพอร์ตการลงทุน 10-15% เนื่องจากความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ที่พุ่งสูงขึ้น สงครามการค้า และการด้อยค่าของเงินดอลลาร์
แม้ว่าทองคำจะดีดตัวขึ้นร้อนแรง แต่ในทางกลับกันก็อาจมีแรงเทขายทำกำไร และสถานการณ์ความเสี่ยงต่าง ๆ หากคลี่คลายอาจส่งผลให้ราคาทองปรับตัวลงแรงและเร็วได้ ดังนั้นนักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะการลงทุนเปรียบเสมือนเหรียญ 2 ด้านมีทั้งกำไรและขาดทุน ....
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
