รีเซต

มะม่วงราคาดิ่ง วิเคราะห์ตัวเลขผลกระทบ ลักลอบนำเข้าเขย่าตลาดค้าส่งไทย

มะม่วงราคาดิ่ง วิเคราะห์ตัวเลขผลกระทบ ลักลอบนำเข้าเขย่าตลาดค้าส่งไทย
TNN ช่อง16
12 ธันวาคม 2568 ( 14:48 )
46

สถานการณ์ราคามะม่วงในประเทศไทยช่วงปลายปี 2568 เผชิญแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ หลังผู้ประกอบการค้าส่งและส่งออกผลไม้รายใหญ่สะท้อนตรงกันว่า ราคามะม่วงหลายสายพันธุ์ปรับลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่อง การลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้นจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาตีตลาดค้าส่งในประเทศ แม้รัฐบาลประกาศปิดด่านการค้าชายแดนแล้วก็ตาม

ราคามะม่วงตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาด

นายลีนวงศ์ เมฆสว่าง ผู้ประกอบการรับซื้อและส่งออกมะม่วงไทย เปิดเผยว่า ราคามะม่วงภายในประเทศขณะนี้อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติอย่างชัดเจน โดยราคาขายส่งในตลาดค้าส่งหลายแห่งพบว่า มะม่วงแก้วขมิ้นมีราคาต่ำเพียงกิโลกรัมละ 10–15 บาท ขณะที่ราคาที่ผู้ประกอบการไทยรับซื้อจากเกษตรกรตามกลไกตลาดปกติควรอยู่ที่ 30–40 บาทต่อกิโลกรัม

ส่วนต่างราคามากกว่า 50–60% ส่งผลให้โครงสร้างราคามะม่วงในตลาดบิดเบือน และกดราคาผลผลิตของเกษตรกรไทยโดยตรง

เส้นทางลักลอบนำเข้า แม้ปิดด่านอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลจากผู้ประกอบการระบุว่า มะม่วงแก้วขมิ้นดังกล่าวมีแหล่งต้นทางจากประเทศกัมพูชา ก่อนถูกลำเลียงผ่านเส้นทางธรรมชาติ เข้าสู่ สปป.ลาว และนำเข้ามาทางด่านจังหวัดมุกดาหาร และช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยรถบรรทุกสินค้า

แม้รัฐบาลไทยและกัมพูชาจะประกาศ ปิดด่านและงดการนำเข้า–ส่งออกทุกกรณี แต่ยังพบมะม่วงจากต่างประเทศกระจายอยู่ในศูนย์ค้าส่งผลไม้สด โดยเฉพาะพื้นที่ กรุงเทพฯ และจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดกระจายสินค้าหลักของประเทศ

ข้อจำกัดทางกฎหมาย และความเสี่ยงเชิงระบบ

ตามกฎหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การนำเข้ามะม่วงสดต้องเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศ และ ห้ามผ่านประเทศที่สาม โดยไทยทำบันทึกความเข้าใจด้านสุขอนามัยพืช (MOU) กับเพียง 5 ประเทศ ได้แก่


จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย และกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม กรณีประเทศกัมพูชา มีข้อกำหนดชัดเจนว่า ไม่อนุญาตให้ส่งออกผ่านประเทศที่สาม และในสถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงปิดด่านการค้าร่วมกับไทย การลักลอบนำเข้าจึงถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ


ผลกระทบต่อเกษตรกรช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด

ข้อมูลจากเครือข่ายผู้ประกอบการระบุว่า ผลกระทบจะรุนแรงขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตมะม่วงจากแหล่งใหญ่ใน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มออกสู่ตลาดพร้อมกัน หากราคายังถูกกดต่ำจากสินค้านำเข้า จะทำให้เกษตรกรแบกรับความเสี่ยงด้านรายได้โดยตรง

เมื่อพิจารณาเชิงสถิติ หากราคามะม่วงเฉลี่ยลดลงเพียง 10 บาทต่อกิโลกรัม ในช่วงฤดูผลผลิต จะส่งผลให้รายได้เกษตรกรหายไปหลายร้อยล้านบาทในภาพรวมทั้งประเทศ

ข้อเรียกร้องเร่งปิดช่องโหว่

ผู้ประกอบการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด่านศุลกากร หน่วยงานด้านความมั่นคง และกระทรวงเกษตรฯ เร่งตรวจสอบเส้นทางลักลอบนำเข้า เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสินค้า และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิตภายในประเทศ และคุ้มครองรายได้ของเกษตรกรไทย


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง