รีเซต

นำเข้า “ข้าวโพด” สหรัฐฯ 1 ล้านตัน ความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

นำเข้า “ข้าวโพด” สหรัฐฯ 1 ล้านตัน ความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย
TNN ช่อง16
14 พฤษภาคม 2569 ( 06:30 )
13

ความเคลื่อนไหวของเวที SelectUSA Investment Summit 2026 ที่ภาครัฐ และเอกชนไทย หรือทีมไทยแลนด์พลัส นำโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมงาน ถูกจับตาไปที่ความเคลื่อนไหวหลายด้าน 

ไม่ใช่เพียงด้านการค้าเท่านั้น แต่เชื่อมโยงไปถึงความมั่นคงอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทางบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ของไทย โดยเฉพาะการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก หรือ WTO

โดยมติครม. เมื่อ 11 พ.ย. 2568 เห็นชอบให้ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐฯในกรอบ 1 ล้านตัน ภาษี 0% เริ่ม 1 ก.พ. 2569 โดยผู้นำเข้าต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วนต่อการนำเข้า 1 ส่วน และนำเข้าได้ในเดือนก.พ.-มิ.ย.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่า ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศและการนำเข้าจากเพื่อนบ้านไม่เพียงพอต่ออุปสงค์ จึงต้องนำเข้าข้าวสาลีมาทดแทน ดังนั้น หากในปี 2569 ไทยมีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐฯที่ 1 ล้านตัน จะทำให้เข้ามาทดแทนการนำเข้าข้าวสาลีบางส่วนให้เหลือราว 0.7 ล้านตัน 

ราคานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐฯ ถูกกว่าเพื่อนบ้านและข้าวสาลี ทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์มีต้นทุนการผลิตลดลงจากข้าวโพดสหรัฐฯราคาถูก เพราะถูกกว่าซื้อจากเพื่อนบ้านราว 47-118 ดอลลาร์ฯต่อตัน และถูกกว่านำเข้าข้าวสาลีราว 66 ดอลลาร์ฯต่อตัน นอกจากนี้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อาจเผชิญราคาที่ลดลงจำกัด จากภาครัฐกำหนดราคารับซื้อในประเทศและช่วงนำเข้าไม่ตรงกับฤดูผลิตของไทย

ไทยมีผลผลิตข้าวโพดต่ำกว่าความต้องการราว 3.8 ล้านตันต่อปี ทำให้ต้องนำเข้าเพื่อรองรับความต้องการอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2568 คาดว่าความต้องการอาหารสัตว์ของไก่และหมูจะโต 3.7%  

ไทยจะได้ประโยชน์จากการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯในราคาเฉลี่ยที่ 254 ดอลลาร์ฯต่อตัน ซึ่งถูกกว่าที่ไทยซื้อจากแหล่งนำเข้าหลักอย่างเมียนมาและสปป.ลาวอยู่ราว 47-118 ดอลลาร์ฯต่อตัน 

การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ จะส่งผลบวกต่อผู้ผลิตอาหารสัตว์และผู้เลี้ยงสัตว์ให้มีต้นทุนลดลง แต่จะส่งผลลบต่อผู้ปลูกข้าวโพดจากราคาที่ลดลง อย่างไรก็ดี ไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการส่งออกเนื้อไก่ที่เลี้ยงด้วยข้าวโพด GMO

ไทยมีผลผลิตข้าวโพดต่ำกว่าความต้องการราว 3.8 ล้านตันต่อปี โดยไทยมีความต้องการข้าวโพดเพื่อผลิตอาหารสัตว์อยู่ราว 8.5 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้เพียง 4.8 ล้านตันต่อปี 

ไทยจำเป็นต้องนำเข้าข้าวโพด เพื่อรองรับความต้องการอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น โดยไทยนำเข้าข้าวโพดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.8% ต่อปีในช่วงปี 2563-2567 เพื่อรองรับความต้องการอาหารสัตว์ของไก่และหมูที่เติบโตเฉลี่ย 0.3% ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2568 ไทยจะนำเข้าข้าวโพดอยู่ที่ 2.06 ล้านตัน ขยายตัว 1.9% จากปีก่อน

ข้าวโพดนำเข้าจากสหรัฐฯ มีราคาถูกกว่าแหล่งนำเข้าหลักของไทย ส่งผลดีต่อภาคปศุสัตว์ไทย สหรัฐฯเป็นผู้ผลิตข้าวโพดอันดับ 1 ของโลก ซึ่งมีราคาถูกจากการประหยัดต่อขนาด ทำให้การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ จะส่งผลดีต่อผู้เล่นหลักในห่วงโซ่ปศุสัตว์ไทย ดังนี้

ผู้ผลิตอาหารสัตว์ จะได้รับต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ที่ลดลง เนื่องจากไทยสามารถซื้อข้าวโพดจากสหรัฐฯได้ถูกกว่าคู่ค้าหลักของไทยอย่างเมียนมาและสปป.ลาวอยู่ราว 47-118 ดอลลาร์ฯต่อตัน ทั้งนี้ ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบหลักของอาหารไก่และหมูเฉลี่ยที่ 52.2% ของปริมาณอาหารไก่และหมูทั้งหมด

เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ จะมีต้นทุนอาหารสัตว์ลดลง โดยหากไทยนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ แทนการนำเข้าจากเพื่อนบ้านทั้งหมด จะทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่และหมูของไทยรวมกว่า 2.85 แสนราย  ได้รับประโยชน์จากราคาอาหารสัตว์ที่ลดลง 8%

ทั้งนี้ เงื่อนไขการนำเข้าที่น่าจะส่งผลกระทบต่อราคาในประเทศไม่มากนัก เช่น ช่วงเวลาที่นำเข้าต้องไม่ตรงกับช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดไทยกำลังออกสู่ตลาด โดยผลผลิตข้าวโพดของไทยมักออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงไตรมาสสุดท้าย คิดเป็น 69.2% ของผลผลิตข้าวโพดทั้งปี โควตานำเข้าต้องเป็นปริมาณที่น้อยกว่าที่ไทยขาดแคลน

นอกจากนี้ ไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการส่งออกเนื้อไก่ ที่เลี้ยงด้วยข้าวโพด GMO (Genetically Modified Organism)  จากสหรัฐฯ โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาด EU เพราะปัจจุบันไทยมีการส่งออกเนื้อไก่ที่เลี้ยงด้วยพืช GMO เช่น กากถั่วเหลือง ไปยัง EU อยู่ก่อนแล้ว โดยมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยกว่า 9.4% ต่อปี

องค์การอนามัยโลกระบุว่า เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยพืช GMO ไม่มีผลต่อสุขภาพผู้บริโภค เนื่องจากสารพันธุกรรมในพืช GMO จะถูกย่อยสลายไปในระบบทางเดินอาหารของสัตว์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง