“Debt-Free Company” คืออะไร หุ้นไทยยังมีหรือไม่? หลังบจ.แบกหนี้ทะลุ 35.54 ล้านล้านบาท

บริษัทจดทะเบียนไทยรายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 เป็นที่เรียบร้อย โดยภาพรวมยังถือว่าผลประกอบการของบจ.ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่สิ่งที่น่าสนใจจากการรายงานผลประกอบการ ไม่ใช่เพียงแค่รายได้ และกำไรของบจ.เท่านั้น แต่ตัวเลขของหนี้สินบจ.ก็ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
โดยบริษัทจดทะเบียนที่มีหนี้สินรวมทั้งหมดต่ำสุดอยู่ที่ 5 แสนบาท และสูงสุดถึงมากกว่า 4.12 ล้านล้านบาท แต่หากไม่นับรวมหุ้นกลุ่มธนาคาร ที่เงินฝากนั้นถูกคำนวนเป็นหนี้สินในทางบัญชี พบว่าบริษัทจดทะเบียนที่มีหนี้สูงสุดอยู่ที่ 1.84 ล้านล้านบาท
และถ้าวิเคราะห์ตัวเลขในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 บจ.ไทยแบกหนี้ทะลุ 35.54 ล้านล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 5 แสนล้านบาทจากในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 ที่อยู่ที่ 35.00 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 1.41% และปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปลายปี 2568 ราว 6 แสนล้านบาท ที่อยู่ที่ 34.94 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 1.68%
ขณะที่ตัวเลขส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ Equity ในภาพรวมของบจ.ไทย ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 อยูที่ 12.93 ล้านล้านบาท ไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 อยูที่ 12.54 ล้านล้านบาท และสิ้นปี 2568 อยูที่ 12.57 ล้านล้านบาท ซึ่งถ้าวิเคราะห์กันในภาพรวม อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E Ratio ของบจ.ไทย อยู่ในระดับ อยู่ที่ระดับเกือบ ๆ 3 เท่า แต่ถ้าหักหนี้สินที่เป็นเงินฝากของกลุ่มธนาคารออกราว 20.00 ล้านล้านบาท D/E ของบจ.ไทยจะอยู่ที่ระดับ 1.20 เท่า
ตัวเลข D/E Ratio ของบจ.ไทยเมื่อหักเงินฝากธนาคารออก อาจจะยังไม่สูงมากนัก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเผชิญกับความท้าทาย จากปัจจัยในเรื่องเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลให้ปริมาณหนี้ในระบบของบจ.ไทยเพิ่มสูงขึ้น ได้ในอนาคต และเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
และถึงแม้ว่าจำนวนบจ.ที่มีการผิดนัดชำระหนี้อาจจะยังเป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากนัก แต่นักลงทุนหลาย ๆ คนเริ่มกังวลว่าแนวโน้มในอนาคตอาจเพิ่มมากขึ้น “Debt-Free Company” ถูกหยิบยกมาพูดอีกครั้งหนึ่ง หลังความเสี่ยงของหนี้เริ่มสูงขึ้น แล้ว Debt-Free Company คืออะไร และยังหลงเหลืออยู่ในตลาดหุ้นไทยหรือไม่
Debt-Free Company คือ บริษัทที่ไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย หรือ Interest Bearing Debt คงค้างอยู่ในงบแสดงฐานะทางการเงิน โดยจะเน้นการดำเนิน หรือขยายธุรกิจด้วยกระแสเงินสดภายในกิจการเป็นหลัก ทำให้บริษัทไม่มีหนี้ระยะสั้น หรือหนี้ระยะยาวที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ทำให้ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้
ซึ่งการดำเนินธุรกิจด้วยการใช้เงินทุนจากส่วนของเจ้าของ หรือ Equity เป็นหลักนั้น แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทก็จะมีความคล่องตัวกว่าเพราะไม่มีต้นทุนทางการเงินมากดดัน เกิดความยืดหยุ่นสูง ไม่ต้องกังวลในการหาเงินสดมาจ่ายดอกเบี้ย และคืนเงินต้นตามกำหนด มีสภาพคล่องสูง และมีโอกาสผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจได้ดีกว่าบริษัทที่มีหนี้สินเป็นจำนวนมาก
แต่อย่าเพิ่งคิดว่าบริษัทที่ไม่มีหนี้จะมีแต่ข้อดี เพราะทุกอย่างในโลกธุรกิจย่อมมี 2 มูมเสมอ Debt-Free Company ก็มีข้อจำกัดด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเสียโอกาสในการขยายกิจการอย่างก้าวกระโดด การไม่ก่อหนี้ อาจทำให้ไม่เกิดการลงทุนในโปรเจกต์ใหญ่ๆ ที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก อาจขยายธุรกิจได้ช้ากว่าคู่แข่งที่ใช้การกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจ หรือการใช้ Leverage
แล้วในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีบริษัทจดทะเบียนไหนที่มีคุณสมบัติเป็น Debt-Free Company หรือไม่ คำตอบคือมีอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทที่เป็น Debt-Free Company จะเป็นบริษัทที่มีศักยภาพที่สูงดังที่กล่าวไปแล้ว หลายบริษัทประสบผลขาดทุนด้วยซ้ำไป
ดังนั้นหากพิจารณาในแง่ของการลงทุน Debt-Free Company อาจจะไม่ได้น่าลงทุนทุกบริษัท จริงอยู่ที่ไม่มีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย แต่ในบางกรณีอาจจะเกิดจากศักยภาพของบริษัทที่ต่ำ จนไม่สามารถที่จะของกู้ยืมได้ หรืออาจะประสบผลขาดทุนที่ถ้าหากกู้ยืมมาลงทุนเพิ่มก็เผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น รวมถึงการอยู่ในธุรกิจเก่าที่อาจจะไม่สามารถขยายธุรกิจไปได้มากกว่านี้แล้ว อุตสาหกรรมอิ่มตัว การกู้เพื่อขยายธุรกิจอาจเพิ่มความเสี่ยงให้บริษัทมากกว่าที่เคยเป็น
สิ่งที่ต้องวิเคราะห์ให้ดีคือการที่บริษัทนั้น ๆ เป็น Debt-Free Company แล้ว ยังสามารถดำเนินกิจการสร้างผลตอบแทนจากส่วนผู้ถือหุ้นหรือ ROE ได้ในระดับที่สูงหรือไม่ เมื่อเทียบกับธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันที่มีการก่อหนี้ ซึ่งถ้าการก่อหนี้แล้วสามารถสร้าง ROE ที่เพิ่มสูงขึ้นได้มากกว่าการไม่ก่อหนี้ ก็อาจจะมีความน่าสนใจมากกว่า
ความสำคัญของการวิเคราะห์บริษัทต่าง ๆ เพื่อการลงทุนนั้น ไม่สามารถที่จะตัดสินได้ด้วยองค์ประกอบใด องค์ประกอบหนึ่ง แต่จำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ในหลายองค์ประกอบที่มีความเชื่อมโยง เป็นเหตุเป็นผลกัน เพื่อที่จะสามารถได้หุ้น หรือสินทรัพย์การลงทุนที่สามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้ในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
