"ญี่ปุ่น" หนุน G7-IEA ระบาย "น้ำมันสำรอง" รับมือวิกฤต ราคาน้ำมันดิบผันผวนทันที

เรียวเซ อากาซาวะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) ว่า ญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนการประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เพื่อระบายน้ำมันจากคลังสำรอง หลังจากสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีอิหร่านได้จุดชนวนความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานพลังงานตึงตัว และส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อากาซาวะกล่าวก่อนเข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ของรัฐมนตรีพลังงานจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ G7 ว่า ญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก เชื่อมั่นว่าการระบายน้ำมันจากคลังสำรองถือเป็น “เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการรักษาเสถียรภาพของตลาดโลก” พร้อมเสริมในภายหลังว่า รัฐมนตรีพลังงาน G7 ยืนยันความพร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็น ซึ่งรวมถึงการดึงน้ำมันจากคลังสำรองออกมาใช้ เพื่อสนับสนุนอุปทานพลังงานทั่วโลก
ด้านฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของ IEA ซึ่งเข้าร่วมการหารือดังกล่าว ระบุในแถลงการณ์ว่า IEA เตรียมจัดการประชุมนัดพิเศษเร็ว ๆ นี้ เพื่อประเมินความมั่นคงด้านอุปทานและสภาพตลาดในปัจจุบัน ก่อนที่จะตัดสินใจในขั้นต่อไปว่าจะระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินของกลุ่มประเทศ IEA ออกสู่ตลาดหรือไม่
การหารือระดับรัฐมนตรีพลังงานของสมาชิก G7 ซึ่งประกอบด้วย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (EU) มีขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 เพิ่งประชุมทางไกลไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยได้มีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการประสานความร่วมมือเพื่อระบายน้ำมันสำรอง ขณะที่รัฐบาลแคนาดาเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า บรรดาผู้นำ G7 จะจัดการประชุมสุดยอดผ่านระบบออนไลน์ในวันพุธนี้ (11 มี.ค.) เพื่อหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวท่ามกลางวิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
บิโรลระบุว่า ตนได้รายงานข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับมุมมองของ IEA ต่อสถานการณ์ตลาดพลังงานโลกให้ที่ประชุมรัฐมนตรีพลังงานได้รับทราบ โดยเน้นย้ำถึง “ความเสี่ยงสำคัญที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น” ต่อตลาดน้ำมัน หลังจากที่สัญญาน้ำมันดิบได้พุ่งทะลุระดับ 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2565 ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะทำให้อุปทานหยุดชะงัก
ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก IEA มีพันธกรณีต้องรักษาระดับน้ำมันสำรองให้เทียบเท่าปริมาณการนำเข้าสุทธิไม่น้อยกว่า 90 วัน และต้องเตรียมพร้อมที่จะร่วมมือกันรับมือกับภาวะอุปทานหยุดชะงักอย่างรุนแรง
ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า ปัจจุบันชาติสมาชิกซึ่งรวมถึงกลุ่ม G7 มีน้ำมันสำรองฉุกเฉินของภาครัฐรวมกันกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล โดยสหรัฐฯ และญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองรวมกันสูงถึง 700 ล้านบาร์เรล
สำหรับการระบายน้ำมันจากคลังสำรองที่ประสานงานโดย IEA ครั้งล่าสุด เกิดขึ้นในปี 2565 เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน หลังจากที่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนเต็มรูปแบบ
ส่งผลให้ ณ เวลาประมาณ 09.50 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 95 เซนต์ หรือ +1.14% อยู่ที่ 84.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) บวก 88 เซนต์ หรือ +1.00% อยู่ที่ 88.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากก่อนหน้านี้ที่ราคาน้ำมันทั้งสองสัญญาดิ่งลงทันทีหลังมีรายงานข่าวดังกล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
