"ฟิทช์" จับตา 3 ธุรกิจไทยหนี้พุ่งเสี่ยงสูง

นายโอบบุญ ถิรจิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดอันดับเครดิตภาคอุตสาหกรรม บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจบันบริษัทขนาดใหญ่ของไทยเผชิญแรงกดดันหลายด้านในปี 2569 ได้แก่ สภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่ท้าทายมากขึ้น
จากอัตราส่วนหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงจากการลงทุนขนาดใหญ่ต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และความต้องการเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งแรงกดดันดังกล่าวมีความชัดเจนมากที่สุดในกลุ่มปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภคด้านพลังงาน ขณะที่ธุรกิจกลุ่มโทรคมนาคมมีสถานะที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง
โดยผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ที่สุด 10 รายของไทยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA โดยรวมอยู่ที่ 3.7 เท่าในปี 2568 ซึ่งถือว่าสูงกว่าบริษัทในไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิต ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2 เท่า
ดังนั้นการมีอัตราส่วนหนี้สินในระดับสูงควบคู่กับการพึ่งพาตลาดตราสารหนี้ในประเทศเป็นหลัก อาจส่งผลให้ความยืดหยุ่นทางการเงินปรับตัวลดลง และเพิ่มความเสี่ยงด้านการรีไฟแนนซ์ หากภาวะตลาดการเงินตึงตัวมากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามแม้จะมีความเสี่ยงมากแต่ก็ยังมีปัจจัยบวกจากการลงทุนในไทยที่ยังสดใส
ด้านนายวินเซนต์ มิลตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า ตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืนของโลก (global sustainable finance market) จะยังคงมีความยืดหยุ่น และน่าจะสามารถรับมือกับแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้
โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากยุโรปในแง่ของการออกตราสารหนี้ประเภท เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green Bond) เพื่อสังคม (social Bond) เพื่อความยั่งยืน (sustainable bond) และตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน (sustainable-linked bond) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29 ของมูลค่าการออกตราสารในปี 2568
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
