เปิดภาพ 6 ปีแห่งความทรหด ร่องรอยการเดินทางของยานสำรวจ Curiosity บนดาวอังคาร

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ได้เผยแพร่วิดีโอไทม์แลปส์ชุดใหม่ที่บันทึกจากกล้องนำทางด้านขวาของรถสำรวจคิวริออซิตี ( Curiosity rover) ซึ่งย่อระยะเวลาการเดินทางกว่า 6 ปีบนดาวอังคาร ตั้งแต่ต้นปี 2020 ถึง 2026 ให้เหลือเพียงประมาณ 2 นาที
ภาพวิดีโอดังกล่าวเผยให้เห็นส่วนด้านบนของตัวยานและล้ออะลูมิเนียมที่กำลังบดขยี้ไปบนสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่แผ่นหินขนาดใหญ่ไปจนถึงฝุ่นละเอียดและเศษหิน
แม้เดิมทีกล้องนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อการถ่ายวิดีโอให้ภารกิจ แต่หน้าที่หลัก คือ การส่องดูด้านหลังตัวยานในระหว่างการขับเคลื่อน เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ระบุลักษณะหินหรือสภาพภูมิประเทศที่น่าสนใจหลังจากที่ยานขับผ่านไปแล้ว
ทว่าเมื่อนำภาพถ่ายประจำวันนับพันภาพมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ทีมวิศวกรจึงได้บันทึกภาพการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังสามารถใช้วิดีโอนี้ในการศึกษาการทับถมและการเคลื่อนตัวของเม็ดทรายบนตัวยาน เพื่อแยกแยะว่าทรายนั้นเคลื่อนที่จากแรงสั่นสะเทือนของยานหรือจากกระแสลม ซึ่งช่วยให้เบาะแสสำคัญเกี่ยวกับรูปแบบฤดูกาลในชั้นบรรยากาศที่เบาบางของดาวอังคารได้อีกด้วย
โดยในวิดีโอยังได้สะท้อนให้เห็นถึงร่องรอยความเสียหายและความท้าทายในการสำรวจดาวอังคาร ล้อทั้ง 6 ของรถสำรวจคิวริออซิตี ( Curiosity rover) มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 นิ้ว หรือ 50 เซนติเมตร ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อพื้นผิวที่ขรุขระ แต่พื้นผิวดาวอังคารกลับมีความโหดร้ายกว่าที่คาดไว้มาก
นับตั้งแต่ลงจอดในปี 2012 วิศวกรเริ่มสังเกตเห็นความเสียหายบนล้ออะลูมิเนียมบาง ๆ ทั้งรอยฉีกขาด รอยเจาะ รอยบุบ และรอยบากขนาดใหญ่ที่เกิดจากหินแหลมคม โดยภาพถ่ายแบบโคลสอัปในปี 2024 ยังแสดงให้เห็นรอยแผลใหม่ที่เพิ่มขึ้นมารวมกับรอยแผลเก่า ซึ่งตอกย้ำถึงผลกระทบสะสมตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษบนดาวอังคาร
อย่างไรก็ตาม ตัวยานสำรวจยังคงสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นผลจากทั้งการออกแบบยานและกลยุทธ์การควบคุมทิศทางอย่างระมัดระวังของทีมวิศวกร เพื่อหลีกเลี่ยงภูมิประเทศที่อันตราย
บทเรียนจากความเสียหายของล้อรถสำรวจคิวริออซิตี ( Curiosity rover) ยังถูกนำไปใช้เป็นแนวทางในการออกแบบรถสำรวจรุ่นใหม่อย่าง เพอร์เซเวียแรนส์ (Perseverance rover) โดยมีการเสริมความแข็งแกร่งของล้อให้ทนทานต่อพื้นผิวอันโหดร้ายของดาวอังคารได้ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบันรถสำรวจคิวริออซิตี ( Curiosity rover) ได้เดินทางข้ามแอ่งเกล (Gale Crater) และปีนขึ้นไปตามเนินเขาตอนล่างของยอดเขาเมานท์ชาร์ป (Mount Sharp) เป็นระยะทางรวมแล้วกว่า 20 ไมล์ หรือ 32 กิโลเมตร
ภารกิจนี้ได้ก้าวข้ามอายุการใช้งานเดิมที่ตั้งไว้เพียง 2 ปี มาอย่างยาวนาน และร่องรอยฝุ่นที่เกาะกรังบนล้อที่บอบช้ำก็คือหลักฐานทางกายภาพของการเดินทางอันยาวนานนี้
การทำงานที่ยาวนานของรถสำรวจคิวริออซิตี ( Curiosity rover) สร้างคุณูปการมหาศาลต่อวงการวิทยาศาสตร์ โดยช่วยพลิกโฉมความเข้าใจเกี่ยวกับดาวอังคาร ทั้งการยืนยันว่าสภาพแวดล้อมโบราณในแอ่งเกลอาจเคยเอื้อต่อการดำรงอยู่ของจุลินทรีย์ การค้นพบหลักฐานของทะเลสาบที่มีอายุยาวนาน การวัดส่วนประกอบทางเคมีที่สำคัญ และการตรวจพบโมเลกุลอินทรีย์ที่ซับซ้อนซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในหินบนดาวอังคาร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
