งบเลือกตั้งเกือบ 9 พันล้าน กกต.แจงรายละเอียด–เตือนข่าวบิดเบือน

กระแสวิพากษ์วิจารณ์การจัดการเลือกตั้ง ส.ส. และประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พุ่งเป้าไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ทั้งประเด็นความโปร่งใส การบริหารงบประมาณกว่า 8,978 ล้านบาท ตลอดจนข้อเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบ
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. เปิดเผยว่า คณะกรรมการได้หารือประเด็นร้องเรียนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันเลือกตั้ง พร้อมกำชับ กกต.จังหวัดและกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบทุกข้อกล่าวหา ทั้งใน 400 เขตเลือกตั้ง และข้อมูลที่ปรากฏในสื่อมวลชนกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันการขยายผลทางการเมืองโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ
เร่งสอบทุจริต–ประสานตำรวจทั่วประเทศ
ก่อนวันเลือกตั้ง กกต.ดำเนินมาตรการเชิงรุกหลายพื้นที่ เช่น เชียงราย ราชบุรี และสุราษฎร์ธานี พร้อมจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงบางกรณี โดยยอมรับว่ายังมีผู้สมัครบางรายกระทำผิด แต่ได้สนธิกำลังกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบสวนขยายผลต่อเนื่อง
กรณีภาพหีบบัตรเลือกตั้งที่ถูกนำไปจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบผู้รับจ้างผลิตว่าละเมิดสัญญาหรือไม่ หรืออาจมีการลักลอบผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมติดตามผู้ค้าออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนข้อร้องเรียนในพื้นที่อย่าง จ.ชลบุรี เขต 1 และ จ.ปทุมธานี เขต 7 นั้น กกต.จังหวัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากละเลยอาจมีความรับผิดตามกฎหมาย
แจงงบเลือกตั้ง 8.9 พันล้านบาท
ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 23 ธันวาคม 2568 อนุมัติงบกลางกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8,978,267,690 บาท แบ่งเป็น
ค่าใช้จ่ายที่ กกต.ดำเนินการเอง 7,276 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายหน่วยงานสนับสนุน 1,701 ล้านบาท
สำนักงาน กกต. มีบุคลากรประจำ 2,196 คน ขณะที่วันเลือกตั้งมีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง 99,480 หน่วย หน่วยละ 15 คน รวมกว่า 1,492,200 คน ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 8 ก.พ. จนเสร็จสิ้นภารกิจบางแห่งถึงเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 9 ก.พ.
กกต.ยอมรับว่ามีบางหน่วยกรอกคะแนนคลาดเคลื่อนในระบบรายงานออนไลน์ขั้นต้น ซึ่งเป็นเพียงผลเบื้องต้น ต้องตรวจสอบก่อนประกาศรับรองอย่างเป็นทางการภายใน 60 วันตามกรอบกฎหมาย พร้อมดำเนินการสอบสวนและปรับปรุงกระบวนการทำงาน
เตือนเผยแพร่ข้อมูลเท็จเสี่ยงผิดหลายมาตรา
แหล่งข่าวระบุว่า การแสดงความคิดเห็นสามารถทำได้ หากอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง แต่การบิดเบือน เช่น กล่าวหาว่ามีการร่วมกันโกง บัตรเขย่ง หรือการอ้างว่า QR Code และ Bar Code บนบัตรเลือกตั้งสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนได้ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา
กกต.ขอให้ทุกฝ่ายรอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ และใช้สิทธิตรวจสอบตามช่องทางที่กฎหมายกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือบั่นทอนความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
