เปิดมุมมอง 4 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

เปิดมุมมอง 4 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
ทันหุ้น
2 สิงหาคม 2564 ( 08:55 )
22
เปิดมุมมอง 4 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

 

 

ทันหุ้น - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) (MBKET) ระบุ SET Index  ปิดที่ระดับ 1521.92 จุด (-15.86 จุด) ดัชนีอ่อนตัวหลุดแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1530 จุด ทำให้ Downside กลับมาเปิดกว้าง สร้างระยะทางการปรับตัวลงต่อ วางแนวรับสำคัญถัดไปที่ 1500 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

มีหุ้น  ทยอยแบ่งขาย รอซื้อกลับที่บริเวณแนวรับสำคัญ 1500 จุด

ไม่มีหุ้น  รอดัชนีสร้างฐานให้เสร็จเรียบร้อยก่อน

 

แนวรับ 1516/1500  แนวต้าน 1530/1542

 

**บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index แกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,515-1,530 จุด แม้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมจะผ่อนคลายขึ้นบ้าง แต่คาด Upside ของ SET Index ระยะสั้นยังจำกัด ล่าสุดศบค.มีการขยายระยะเวลา Lockdown เพิ่มอีก 14 วันเริ่มวันที่ 3 ส.ค. และจะทบทวนอีกครั้งวันที่ 18 ส.ค. โดยหากไม่ดีขึ้นจะต่ออายุถึงสิ้นเดือน ยังคงกดดันกลุ่ม Domestic Play อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกลุ่มร้านอาหารผ่อนคลายขึ้นหลังสามารถกลับมาเปิดให้บริการแบบ Delivery ได้ 

 

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ โดยรวมยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่ชัดเจนโดย ส่วนใหญ่เป็นการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ค. กลยุทธ์จึงยังเน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและไม่ถูกกระทบจาก COVID-19 และมาตรการคุมเข้ม โดยเฉพาะหุ้นที่มีแนวโน้มกำไร 2Q21-3Q21 ที่แข็งแกร่ง ได้แก่ กลุ่มการแพทย์ กลุ่มขนส่ง (เรือ) กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มส่งออกอย่างอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ส่วนจังหวะอ่อนตัวลงหาแนวรับ 1,500 จุดและ 1,470 จุดยังมองเป็นจังหวะในการแบ่งไม้ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานรอการฟื้นตัวช่วงปลายปีต่อเนื่องปีหน้า

 

กลยุทธ์ : เก็งกำไรเป็นรายตัวที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัวและงบ 2Q21 โดดเด่น//สะสมหุ้นพื้นฐานเพิ่มบริเวณ 1,500 จุด 

หุ้นเด่นเดือน ส.ค. :  BCPG, EKH, ORI, SONIC, TTA

 

หุ้นเด่นวันนี้ : RBF

• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2022 ที่ 23 บาท

• ราคาหุ้นปรับลงแรง 2 สัปดาห์ล่าสุดทำให้ Upside กว้างขึ้น ระยะสั้นกำไร 2Q21 อาจไม่น่าตื่นเต้น Flat Q-Q, +30% Y-Y แต่จะโตชัดเจนใน 3Q21 เป็นต้นไปหลังขายธุรกิจโรงแรมแล้วเสร็จซึ่งทำให้ไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุน

• หลังจากได้รับใบอนุญาตโรงสกัด CBD แล้วต้นเดือน ก.ค. ถัดไปอยู่ระหว่างรออนุญาตปลูกซึ่งคาดเริ่มได้ในเดือน ส.ค. ซึ่งมีลุ้นว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์กัญชงทัน 4Q21 เรายังคาดกำไรปี 2021-2022 +29 Y-Y และ +65% Y-Y ตามลำดับ

• แนวรับ 17.50//18 บาท แนวต้าน 19-19.50//20 บาท

 

Fund Flow: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมากระแสเงินทุนพลิกมาไหลออกจากภูมิภาคหนาแน่น US$1,450 ล้าน โดยยังกระจุกตัวที่ไต้หวันและเกาหลีใต้ US$647 ล้านและ US$730 ล้าน ตามลำดับ ส่วนตลาดอาเซียนเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลออกประเทศละ US$22-39 ล้าน มีเพียงเวียดนามที่เม็ดเงินไหลเข้า แนวโน้มของกระแสเงินทุนคาดพลิกกลับมาไหลเข้าจากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายมากขึ้นหลังถูกเทขายหนักสัปดาห์ก่อน

 

**บล.เคทีบีเอสที คาดดัชนีฯ กรอบ  (2-6 ส.ค. 21) 1500-1540 จุด สถานการณ์ Covid-19 ของไทยยังกดดันตลาด ตลาดหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในช่วงของการนำส่งงบ และผันผวนจากการระบาดรอบใหม่ ตลาดหุ้นต่างประเทศ คงมีเพียงสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวเพราะควบคุมการระบาดได้ จีนเองก็เริ่มกลับมาระบาดรอบใหม่ ตัวเลข PMI เริ่มชะลอตัว ด้านของไทย ตัวเลขติดเชื้อกำลังพุ่งทะยานหากเกิน 2 หมื่นคน/วัน ดัชนีฯ มีโอกาสจะลงไปแตะ 1500 จุด และยังต้องดูมาตรการใหม่ด้วย ถ้าออกมาแล้วนักลงทุนมองว่าดี คือไม่กระทบตลาดหรือคุมการติดเชื้อได้ดีกว่าเดิม ตลาดหุ้นอาจดีขึ้นได้ แต่ในอนาคต หากรัฐบาลเลือกใช้ Fully Lockdown ทั่วประเทศ กรณีนี้ดัชนีฯ จะลงไปต่ำกว่าระดับ1500 จุด (เราประเมินว่าโอกาสใช้วิธีนี้ยังมีน้อยอยู่) 

 

ตัวแปรภายนอก ประเทศ มีผลน้อยกว่าปัจจัยในประเทศ ตลาดผ่านการประชุม FOMC มาแล้วสัปดาห์ก่อน เวลานี้จะมีเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจแต่ละประเทศว่าฟื้นตัวหรือไม่ โดยการส่งงบ 2q จะทำให้ตลาดแต่ละแห่งแยกทางเดินจากกันชั่วคราว Flowตลาดหุ้นเอเซีย 6 ประเทศ นักลงทุนต่างประเทศ net sell $4.0 พันล้านเหรียญ (สัปดาห์ก่อน net sell $2.6พันล้านเหรียญ) จากความกังวล Covid-19 กระทบเศรษฐกิจ สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจ สำคัญๆ ตัวเลข ISM และ PMI ของประเทศต่างๆ และตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย(4) ประชุม กนง.(4) และ การจ้างงานของสหรัฐฯ (6) 

 

#Strategy

ตลาดถูกกดันจากการระบาดของ Covid-19 ที่กระทบมาถึง GDP และกำไรหุ้นรายตัว กลยุทธ์หลักๆ คือ “ถอยไปตั้งรับ”ดูว่า 1500 จุด จะรับอยู่หรือไม่ เมื่อใดที่ตัวเลขติดเชื้อผ่าน peak (คาดไม่เกินกลางเดือนหน้า) ดัชนีฯจะหยุดลง  หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการระบาดของ Covid-19 เลือกได้บางตัว เช่น โรงพยาบาล เพราะราคาขึ้นมามาก ... หุ้นถูกกระทบจาก Covid-19 อาทิ โรงแรม-การบิน-ธนาคาร ให้รอเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น พอร์ตหุ้นวันนี้เรานำหุ้น WICE, SIRI ออก และเพิ่มหุ้น ADVANC, ITEL* เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย  ADVANC(15%), ITEL*(10%), XO(15%), NER(15%), WINMED(10%), HTECH*(15%)

 

#Strategy top picks

ADVANC: (เป้าเชิงกลยุทธ์ 185 บาท) “WFH, Study from home ยาว รัฐเตรียมอุดทุนค่า Internet”

•ได้ประโยชน์จากเงินอุดหนุนจากรัฐหลังการ WFH และ Study from home ยาวนาน คาดการใช้งานโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตพุ่ง

• รายได้จากฝั่ง Enterprise จะโตในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่ม Smart manufacturing เพราะบรรดาโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ จะใช้ระบบ Automation เพิ่มขึ้น งาน IOT และงาน Remote Control จะเป็นงานส่วนที่ Operator เข้าไปเกี่ยวข้องและได้ประโยชน์

•KTBST ประเมินกำไรปี 2021-2022 ที่ 2.56 หมื่น ลบ. และ 2.64 หมื่น ลบ. -6.5%YoY, +3.2%YoY ตามลำดับ

 

# Technical : WINMED, GLOCON

 

 

**บล.ไทยพาณิชย์ ประเมิน SET ฟื้นตัวจำกัด โดยมีแนวต้านที่ 1533 และ 1547 จุด ตามลำดับ โดยตลาดขาดปัจจัยหนุน และสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศของโควิด-19 ยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยล่าสุดศบค. มีมาตรการขยายการ lockdown ด้านกรอบล่างของ SET อยู่ที่แนวรับ 1514 และมีความเสี่ยงต่อการลงหาระดับ 1500 จุด ในลำดับถัดไป กลยุทธ์ใช้บริเวณ 1500 จุด เป็นจุดเริ่มซื้อสะสมในสัดส่วน 25% เพื่อการลงทุน ด้านการ Selective Buy หรือเก็งกำไร ทำอย่างระมัดระวัง

 

ล็อคเป้าลงทุน:

Selective buy หุ้นปลอดภัยรับมือตลาดผันผวนสูง 1) Defensive Plays: กลุ่มการแพทย์ BDMS BCH RJH; EV/clean energy EA สื่อสาร ADVANC 2) Earnings Play 2Q-3Q64 เติบโต: SCGP GPSC TU PM SFT WICE

 

ยังให้เลี่ยงหุ้น reopening และจับตาการระบาดในพื้นที่สีแดงเข้ม และคลัสเตอร์โรงงานกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานช่วงสั้น

 

แนะนำ ADVANC คาดกำไร 2Q64 เติบโต 2%YoY ค่าใช้จ่ายการตลาดลดลงซึ่งช่วยชดเชยต้นทุน 5G ที่สูงขึ้น แนวโน้ม 3Q64 ยังเติบโต QoQ และ YoY จากการคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และ RJH คาดกำไร 2Q64 ขึ้นทำ new high

 

ประเด็นสำคัญ

# ตลาดหุ้นสหรัฐ-ยุโรปปรับลดลง ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับลดลง จากการร่วงลงของหุ้น Amazon หลังประเมินยอดขายจะโตน้อยลงในไตรมาสหน้า ขณะที่รายงานดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล มิ.ย. เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ซึ่งยังสะท้อนว่าอัตราเงินเฟ้อรายปียังอยู่สูงกว่าเป้าหมายของ Fed ที่ 2% ด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับลดลง ส่วนราคาน้ำมันย่อตัวลง

# ศบค.ขยายเวลา lockdown อีก 14 วัน เพิ่มเป็น 29 จังหวัดสีแดงเข้ม

ตั้งแต่ 3-18 ส.ค. แต่หากไม่ดีขึ้นจะขยายเวลาถึง 31 ส.ค. ยังคงมาตรการเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้าน 3 ทุ่ม-ตี 4 งดบริการขนส่งข้ามจังหวัด ส่วนร้านอาหารในห้างผ่อนปรนให้กลับมาขายแบบ delivery ได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เรายังมองเป็น sentiment เชิงลบต่อกลุ่มค้าปลีก ท่องเที่ยว ขนส่ง

# สรท. ประเมินคลัสเตอร์โรงงานกระทบการส่งออก 4 กลุ่ม

 

สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ประเมินผลกระทบต่อการส่งออกใน 3Q64 จะเริ่มชัดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าไก่ กลุ่มรถยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เพราะใช้แรงงานจำนวนมากแต่ฉีดวัคซีนล่าช้า กระทบความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าที่เห็นว่าสินค้าจากไทยส่งมอบล่าช้าจะไปสั่งจากประเทศอื่นแทน

 

Wealth Strategy

แนะนำหุ้นต่างประเทศ Guangzhong Automobile Group ซึ่งได้ปัจจัยหนุนระยะยาวจากนโยบายภาครัฐในการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า และไม่มีความเสี่ยงเรื่องข้อมูลหรือการผูกขาดทางการค้า

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง