รีเซต

ส่งออกสหรัฐฯ ยังพุ่งแรง-ตะวันออกกลางดิ่ง

ส่งออกสหรัฐฯ ยังพุ่งแรง-ตะวันออกกลางดิ่ง
TNN ช่อง16
28 เมษายน 2569 ( 20:14 )
9

ตัวเลขการส่งออกของไทยในช่วงต้นปีนี้ตัวเลขยังขยายตัวได้จากหลายปัจจัยโดยข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือน มี.ค. 2569  โดยการส่งออกมีมูลค่า 35,157  ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 18.7% มูลค่าการส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21  ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 38,496 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.7% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 3,339  ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยแล้ว การส่งออกเดือน มี.ค.จะมีมูลค่า 30,996 ล้านดอลลาร์ขยายตัว 19.3% โดยปัจจัยสนับสนุนการส่งออกเดือน มี.ค.2569 มาจากการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีทั่วโลก ตามวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยมีตลาดหลักๆ เช่น สหรัฐ สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และเม็กซิโก เป็นต้น  รวมถึงการเร่งนำเข้าของตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอื่นๆ จากอัตราภาษีนำเข้าที่ลดลงชั่วคราว เพื่อรับมือความไม่แน่นอนของมาตรการด้านการค้า ประกอบกับอุปสงค์และคำสั่งซื้อใหม่ในตลาดโลกที่ยังคงมีอยู่ และอุปสงค์เฉพาะกลุ่มและคุณภาพสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาดเป้าหมายในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น มังคุด ทุเรียน เครื่องเทศ สมุนไพร ข้าวหอมมะลิ และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น แม้ยังมีปัจจัยกดดันจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อค่าระวางเรือ เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวลง

ขณะที่การส่งออกไทยในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.2569) มีมูลค่า 96,169 ล้านดอลลาร์ขยายตัว 17.6%  หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะมีมูลค่า 84,156 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17.0% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 105,646 ล้านดอลลาร์  ขยายตัว 32.4% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 9,476ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับแรงส่งการส่งออกของไทยมาจากสินค้าเกษตรและอาหารที่ยังมีศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง อาทิ ทุเรียนสด มังคุดสด เนื้อสุกร และอาหารสัตว์เลี้ยง

อย่างไรก็ตามหากไปเจาะดูตลาดส่งออกของไทยเริ่มเห็นสัญญาณลบของผลกระทบจากการชะงักงันของการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ไม่สงบ ทำให้ตลาดตะวันออกกลางกลับมาหดตัวรุนแรงหลังเกิดสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยเดือนมีนาคมที่ผ่านมาไทยส่งออกไปตะวันออกกลาง ติดลบสูงถึง 57.1% ส่งผลให้  3 เดือนแรกปีนี้ติดลบแล้ว 13.2%  โดยตลาดที่ไทยส่งออกสินค้าไปมากที่สุด ได้แก่ ยูเออี ติดลบ 67.1% รองลงมาได้แก่ ตุรกี ติดลบ 20.5% ซาอุดีอาระเบีย ติดลบ 55.5% อิสราเอล ยังขยายตัวเป็นบวก 15.3% ลิเบีย ขยายตัว 23.4% หากรวมตลาดหลัก 5 อันดับแรก ติดลบสูงถึง 49.2%

ขณะที่การส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ดี ทั้ง ตลาดสหรัฐ ขยายตัว 41.9% เป็นการโตต่อเนื่อง 30 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ ส่งผลให้ภาพรวม 3 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 41.8% 

ส่วนตลาดญี่ปุ่น โต 9.1% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4  สินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ เครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และทองแดงและของทำด้วยทองแดง  ส่วนภาพรวม 3 เดือนแรกโต 7.2% ส่วนตลาดจีน เดือนมีนาคมหดตัว 1.1% ซึ่ง หดตัวในรอบ 4 เดือน สินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา แต่หากดูในภาพรวม 3 เดือนแรก ยังขยายตัวได้ 9.8%


อย่างไรก็ตาม สนค.ประเมินตัวเลขการส่งออกทั้งปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวที่ 8% ไปจนถึงติดลบ 3% โดยกรณีดีที่สุดหากวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เติบโตต่อเนื่อง ,มีการเร่งนำเข้าสินค้าในช่วงครึ่งปีแรกจากอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯที่ลดลงชั่วคราว ภายใต้ ม.122 และสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน บรรเทาลงในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าการส่งออกไทยจะมีมูลค่า 366,805  ล้านดอลลาร์ขยายตัว 8% จากปีก่อน

ส่วนกรณีฐานไทยยังสามารถรักษาการเติบโตการส่งออกได้ดี ,ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่กระทบต่อเส้นทางเดินเรือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากเงินเฟ้อไม่รุนแรงมาก ประเมินว่าส่งออกมีมูลค่า 349,824  ล้านดอลลาร์ขยายตัว 3% ส่วนกรณีเลวร้ายสุดความขัดแย้งในตะวันออกกลางเกิดขึ้นต่อเนื่อง เศรษฐกิจโลกชะลอตัว เงินเฟ้อสูง กรณีนี้ส่งออกทั้งปีจะเหลือ 329,446 ล้านดอลลาร์ติดลบ 3%เทียบปีก่อน


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง