อภิปรายไม่ไว้วางใจ 2568 วันแรก “ตั๋ว PN – อัลไพน์ – เขากระโดง”

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 วันแรก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงด้วยตนเองหลายประเด็นสำคัญ ท่ามกลางข้อกล่าวหาหนักจากฝ่ายค้าน ตั้งแต่เรื่องภาษี นิติกรรมหุ้น ที่ดินอัลไพน์-เขากระโดง ไปจนถึงการบริหารจัดการพลังงานและปมเหมืองทองอัครา โดยยืนยันว่า “ทุกอย่างโปร่งใส พร้อมให้ตรวจสอบ” และระบุว่า “ไม่มีอะไรที่ต้องอำพราง”
หุ้น PN ไม่ใช่นิติกรรมอำพราง นายกฯ แจงยิบ ซื้อขายก่อนเข้าการเมือง แจ้ง ป.ป.ช. ครบถ้วน
หนึ่งในข้อกล่าวหาหลักที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้ามายังนายกรัฐมนตรี คือการใช้ “ตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN)” ในการซื้อหุ้น ซึ่งถูกตีความว่าเป็น “นิติกรรมอำพราง” เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
แต่น.ส.แพทองธารชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า ธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนเข้าสู่สนามการเมือง และเป็นการปรับโครงสร้างหุ้นของบริษัทครอบครัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ตั๋วสัญญา PN ดังกล่าวติดอากรแสตมป์ครบถ้วน แจ้งหนี้ไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. แล้ว พร้อมเผยว่า ได้มีการกำหนดแผนชำระหนี้ไว้ชัดเจน โดยจะเริ่มทยอยชำระในปี 2569
“ไม่มีการอำพราง ไม่มีการหนีภาษี และพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน” นายกฯ กล่าวย้ำ พร้อมชี้ว่าการนำกรณีนี้ไปเปรียบเทียบกับขบวนการค้ายาเสพติด หรือเจ้าหน้าที่รัฐออกตั๋วเงินทุจริต เป็นเรื่องเกินจริงและสร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชน
ภาษีไม่ใช่เรื่องเปรียบวัดคุณธรรม วิวาทะ “นายกฯ - วิโรจน์” กลางสภา
ระหว่างการชี้แจง นายกฯ ยังได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ว่า “หนีภาษี” ว่าไม่เป็นความจริง พร้อมกล่าวด้วยความมั่นใจว่า “แม้อายุน้อยกว่า แต่เสียภาษีให้รัฐมากกว่าผู้กล่าวหาแน่นอน”
คำตอบดังกล่าวทำให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงทันที โดยโต้ว่า “ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ไม่ว่าจะเสียภาษีมากหรือน้อย” และย้ำว่าประเด็นสำคัญคือ “เสียภาษีตรงตามกฎหมาย ไม่ใช่เสียมากแต่หาช่องเลี่ยง”
ประธานสภาได้วินิจฉัยว่า คำตอบของนายกฯ มิได้พาดพิงหรือทำให้เสียหาย แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนความขัดแย้งด้านท่าทีและวาทกรรมในเวทีอภิปราย ซึ่งอาจสะท้อนความตึงเครียดของทั้งสองฝ่าย
อปมที่ดินอัลไพน์-เขากระโดง นายกฯ-อนุทินโต้ชัด ไม่มีแทรกแซง ยึดกฎหมายล้วนๆ
อีกประเด็นที่ฝ่ายค้านพยายามโยงคือนโยบายเกี่ยวกับที่ดิน โดยเฉพาะกรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์ และที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีข้อสงสัยว่าอาจเอื้อประโยชน์ต่อครอบครัวนายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาล
นายกฯ ชี้แจงว่า ครอบครัวได้ซื้อที่ดินอัลไพน์มาตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยออกโฉนดถูกต้องจากหน่วยงานรัฐ พร้อมย้ำว่า “ไม่เคยแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม” แม้ในยามที่เป็นนายกรัฐมนตรี และหากต้องไปใช้สิทธิในชั้นศาล ก็พร้อมดำเนินการ
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งดูแลกรมที่ดินโดยตรง ก็ลุกขึ้นชี้แจงว่า ไม่มีการแทรกแซงจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลแม้แต่น้อย พร้อมเผยว่า กรณีเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินอัลไพน์เกิดขึ้นตามกระบวนการศาล ปลัดมหาดไทยเป็นผู้ลงนาม และทำให้นายกฯ เองก็กลายเป็นผู้เสียหายคนหนึ่ง
ส่วนกรณีเขากระโดง กำลังอยู่ในชั้นศาลปกครอง โดยไม่มีใครสามารถสั่งการให้เพิกถอนหรือดำเนินการใดๆ นอกเหนือจากที่ศาลอนุญาตได้
เหมืองทองอัครา เอกณัฏ ยันนายกฯ ไม่เคย “ล้มคดี” ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย
นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลุกขึ้นตอบข้อกล่าวหาเรื่องเหมืองทองอัคราว่า ไม่มีการ “เจรจาลับ” หรือ “ดีลล้มคดี” อย่างที่ฝ่ายค้านกล่าวอ้าง และนายกรัฐมนตรีไม่เคยสั่งให้เลื่อนการอ่านคำวินิจฉัยโดยอนุญาโตตุลาการ
พร้อมยืนยันว่า ขั้นตอนทั้งหมดเป็นไปตาม พ.ร.บ.เหมืองแร่ 2560 และการออกอาชญาบัตรพิเศษไม่ได้ทับซ้อนพื้นที่อุทยานตามที่ถูกกล่าวหา โดยระบุว่า “หากมีการเจรจาได้จริง ก็คงไปต่อรองเรื่องอื่นที่ใหญ่กว่านี้แล้ว ไม่ใช่คดีเหมืองทอง”
พลังงาน-ไฟฟ้า พีระพันธุ์ ปัดรัฐบาลเอื้อกลุ่มทุน ย้ำ “ไม่เคยเซ็นสัญญาให้ใคร”
ในช่วงเย็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ขึ้นชี้แจงในประเด็นการรับซื้อไฟฟ้า ค่าไฟแพง และข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตเชิงนโยบายว่า ทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการแก้ไข รัฐบาลยังไม่เห็นด้วยกับแผน PDP ฉบับปัจจุบัน และยังไม่มีการประมูลใดๆ เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้
พร้อมยืนยันว่า “ไม่มีสัญญาใดที่นายกฯ ไปเซ็นให้ใคร” และหากรัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้นายทุนจริง ก็ไม่ถูกสื่อวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องเช่นนี้
อนุทินฟันธง “ซักฟอก” ครั้งนี้ ฝ่ายค้านไม่มีหมัดเด็ด
ในภาพรวมของการอภิปรายวันแรก นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวอย่างมั่นใจว่า รัฐบาลสามารถตอบทุกข้อกล่าวหาได้ครบถ้วน การอภิปรายครั้งนี้ “อาจไม่มันส์สะใจ” แต่สะท้อนถึงการเคารพกติกาและข้อเท็จจริง พร้อมชี้ว่า หากฝ่ายค้านยื่นเรื่องไป ป.ป.ช. แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ก็เป็นเพียง “พิธีกรรมทางการเมือง” เท่านั้น
เขาย้ำว่า “รัฐบาลรู้สิ่งที่ตัวเองทำมา 6 เดือน จึงตอบได้อย่างมั่นใจ” และเชื่อว่าการลงมติไว้วางใจจะผ่านฉลุยจากพรรคร่วมทั้งหมด
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ เสียงเชียร์ และเสียงเย้ยหยัน การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกของรัฐบาลแพทองธาร ดูจะไม่ได้ทำให้เกิดความสั่นคลอนในเชิงข้อเท็จจริง แต่กลับเปิดโอกาสให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรีได้แสดงจุดยืนในความโปร่งใสอย่างชัดเจน
และเมื่อเวทีการเมืองเริ่มมีบทบาทตรวจสอบจริง แต่อีกด้านผู้ถูกตรวจสอบก็กล้ายืนขึ้นอย่างมั่นใจ พร้อมเอกสารและเหตุผลเต็มมือ...นี่อาจไม่ใช่การเมืองแบบเก่าอีกต่อไป.