"หลวงปู่ทุย" มอบเงิน 83.9 ล้านบาท สมทบทุนสร้าง 6 ห้องผ่าตัดมาตรฐานสูงเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย รพ.สรรพสิทธิประสงค์

โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ชาวโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ และชาวอุบล ขอนอบน้อมกราบในความเมตตาของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ องค์หลวงปู่ทุย (พระราชมงคลวชิรปรีดา องค์หลวงปู่ปรีดา ฉนฺทกโร) ท่านเมตตาให้ก่อสร้าง
ห้องผ่าตัดใหม่มาตรฐานระดับสูง จำนวน 6 ห้อง พร้อมห้องพักฟื้นผู้ป่วย ให้แก่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
งบประมาณการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 83,900,000 บาท (แปดสิบสามล้านเก้าแสนบาท) กำหนดแล้วเสร็จภายใน 180 วัน
เพื่อประโยชน์สูงสุดในการรักษาประชาชน ลูกหลานชาวจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดในเขตอีสานใต้
ข้าพเจ้า พ.ญ.กันตินันท์ มหาสุวีระชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ 3,858 ราย อีกทั้งคณะลูกหลาน ศิษยานุศิษย์ และชาวอุบลราชธานี ขอน้อมกราบขอบพระคุณบูชาคุณในความเมตตาที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ องค์หลวงปู่ทุยเมตตาอย่างบริสุทธิ์ไม่มีประมาณ ให้แก่ลูกหลานประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี และลูกหลานในเขตอีสานใต้ ขอกราบนมัสการด้วยความเคารพ
ประวัติและปฏิปทาของ พระราชมงคลวชิรปรีดา หรือ หลวงปู่ทุย (พระอาจารย์ปรีดา ฉนฺทกโร) แห่งวัดป่าดานวิเวก จ.บึงกาฬ เป็นที่เลื่อมใสอย่างมากในหมู่ศิษยานุศิษย์ โดยเฉพาะในเรื่องของความสมถะ และการรักษาระเบียบวินัยตามแบบฉบับพระป่าสายกรรมฐานอย่างเคร่งครัด
ประวัติส่วนตัว นามเดิม ปรีดา (ทุย) เป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานีโดยกำเนิด แต่ไปเติบโตที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
ท่านบรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุยังน้อย และอุปสมบทเป็นพระภิกษุในเวลาต่อมา โดยเป็นศิษย์ในสายของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และเป็นศิษย์รุ่นน้องของ หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ซึ่งหลวงตามหาบัวเคยยกย่องท่านว่าเป็นดั่ง "เพชรน้ำหนึ่ง" ของวงการพระป่า
สมณศักดิ์ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็น "พระราชมงคลวชิรปรีดา"
หลวงปู่ทุยขึ้นชื่อว่าเป็นพระที่ "เจ้าระเบียบ แต่เปี่ยมด้วยเมตตา" โดยมีวัตรปฏิบัติที่โดดเด่นดังนี้
-ภายในวัดป่าดานวิเวกจะ ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา พระเณรใช้แสงสว่างจากตะเกียงและน้ำบาดาล ท่านมองว่าเทคโนโลยีทำให้คน "วิ่งเร็วเกินตัวเอง" และฟุ้งซ่าน
-ท่านมักจะสอนลูกศิษย์ว่า "ไม่ต้องเอาเงินมาให้วัด เอาไปให้พ่อแม่ได้บุญมากกว่า" วัดของท่านจึงไม่มีการตั้งตู้รับบริจาคหรือเรี่ยไรใดๆ
-ท่านห้ามส่งเสียงดังภายในวัด และ ห้ามถ่ายภาพตัวท่านรวมถึงภายในวัดเด็ดขาด (หากใครไปที่วัดจะเห็นป้ายเตือนชัดเจน) เพราะท่านต้องการให้ผู้มาเยือนโฟกัสที่การทำสมาธิมากกว่าสิ่งอื่น
-ท่านถือว่าการรักษาป่าคือการรักษาธรรมะ ท่านดูแลผืนป่าอย่างถวายชีวิตและถวายเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ 9
แม้ท่านจะไม่รับปัจจัยส่วนตัว แต่เมื่อมีพุทธบริษัทศรัทธามอบเงินสมทบทุนในนามโครงการต่างๆ ท่านจะนำไปสร้างประโยชน์แก่สาธารณชนเสมอ เช่น การบริจาคเงินจำนวนมหาศาล (ล่าสุด 83.9 ล้านบาท) เพื่อสร้างห้องผ่าตัดมาตรฐานสูง และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเมตตาอันหาประมาณมิได้ของท่านที่มีต่อผู้ป่วยและสังคม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
